วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โควิด-19 สกัดแรงงานรุ่นใหม่พึ่งพาตลาดแรงงานโลก

แรงงานหนุ่มสาวรุ่นใหม่ทั่วโลกที่ยังหางานทำไม่ได้หลายล้านคนพากันถอดใจในการหางานทำท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาลง

รายงานวิเคราะห์ด้านแรงงานของเว็บไซต์นิกเคอิ จาก 10 ประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น สหรัฐและสหราชอาณาจักร บ่งชี้ว่า แรงงานโดยรวมในปี2563 หดตัวลงประมาณ 6.6 ล้านคนจากเดือนก.ค.ถึงเดือนก.ย.เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปี 2562

รายงานชิ้นนี้ระบุว่า แรงงานหนุ่มสาวและอดีตแรงงานพาร์ทไทม์เป็นกลุ่มแรงงานส่วนใหญ่ของแรงงานอพยพ ที่เลวร้ายที่สุดแรงงานหนุ่มสาวที่อยู่ในกลุ่มนี้อาจจะพลาดโอกาสที่จะได้งานสำหรับตำแหน่งงานที่ต้องการแรงงานมีทักษะและมีประสบการณ์

ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกแรกนั้น ทำให้เกิดการตกงานเพิ่มขึ้น อัตราการว่างงานในสหรัฐ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3% ของช่วงก่อนการระบาด กลับเพิ่มขึ้นมากถึง 14.8% ในเดือนเม.ย.ปี 2563 ขณะที่อัตราการว่างงานในญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดแรงงานที่มีความเปราะบาง ในสหรัฐช่วงเดือนเม.ย.-ก.ย.อัตราว่างงานอยู่ที่9.9% แต่ในกลุ่มแรงงานอายุต่ำกว่า 24 ปีอัตราว่างงานกลับอยู่ที่ 19.1%และสำหรับแรงงานที่จบการศึกษาสูงสุดคือมัธยมปลาย อัตราว่างงานอยู่ที่ 16.8% และสำหรับกลุ่มแรงงานที่ทำงานไม่กี่ชั่วโมง อัตราว่างงานอยู่ที่ 15.2%

ในญี่ปุ่น จำนวนผู้มีรายได้ไม่ถึง 1 ล้านเยน(9,600 ดอลลาร์)ลดลงประมาณ 1.09 ล้านคนในช่วงไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย.เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดแรงงานที่ไม่เอื้อต่อการทำงานอาจทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำงานน้อยลงสำหรับแรงงานจบใหม่ หรือแรงงานที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน

เว็บไซต์นิกเคอิ ซึ่งรวบรวมข้อมูลด้านแรงงานในญี่ปุ่น สหรัฐ สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เกาหลีใต้ แอฟริกาใต้ และไทย พบว่าในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.ปี2563 แรงงานในประเทศเหล่านี้ลดลงประมาณ 15.35 ล้านคนถึง439.33 ล้านคน

เนื่องจากประเทศเหล่านี้ต้องต่อสู้กับการโจมตีระลอกแรกของโรคโควิด-19ระบาด และถือเป็นการปรับตัวลดลงของแรงงานในอัตรามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปี 2557 เมื่อเทียบกับข้อมูลเชิงสถิติที่เริ่มมีการบันทึก ในช่วงเดือนก.ค.ปี2563 มีแรงงานอีก 6.6 ล้านคนที่ออกจากตลาดแรงงานเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้

ขณะที่เชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ระบาดในช่วงไตรมาสเดือนต.ค.-ธ.ค. บางประเทศเริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์ ทำให้การหางานทำเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในหลายๆกรณี ในสหรัฐ เมื่อกลุ่มคนที่ถอดใจเลิกหางานทำจะถูกนับรวมเป็นกลุ่มคนว่างงาน โดยตัวเลขคนว่างงานในเดือนธ.ค.อยู่ที่ 9.8% สูงกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการ 3.1%

ส่วนในญี่ปุ่น ตัวเลขกลุ่มคนที่เลิกหางานทำก็เพิ่มเช่นกัน สถาบันวิจัยของญี่ปุ่น ประเมินว่าในช่วงปี 2561-2562 ตัวเลขกลุ่มคนที่สูญเสียตำแหน่งงานและไม่หางานทำในเดือนต่อมาอยู่ที่ประมาณ 1.1% ของแรงงานโดยรวม ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1.3% ในช่วงครึ่่งหลังของปี 2563

ปัจจุบัน การแพร่ระบาดขอโรคโควิด-19 ระลอกที่สามกระจายไปทั่วโลก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ญี่ปุ่น ประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียง ขณะที่แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดแรงงานในรูปตัววีแทบเป็นไปไม่ได้ จึงมีความเป็นไปได้มากว่ารัฐบาลต้องยื่นมือเข้ามาช่วย

“ฮิซาชิ ยามาดะ” รองประธานสถาบันวิจัยญี่ปุ่น ระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องปรับนโยบายที่กระตุ้นให้ชาวญี่ปุ่นหวนกลับเข้าไปหาตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่างๆที่ขณะนี้กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาขาดแคลนแรงงาน อาทิ การดูแลผู้ป่วย