วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ดาวโจนส์’ปิดทะยาน 437 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ(6ม.ค.)พุ่งขึ้น 437 จุด ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังพรรคเดโมแครตใกล้กุมเสียงข้างมากทั้งสองสภา สร้างความหวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม


ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 437.80 จุด หรือ 1.44% ปิดที่ 30,829.40 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 21.28 จุด หรือ 0.57% ปิดที่ 3,748.14 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 78.17 จุด หรือ 0.61% ปิดที่ 12,740.79 จุด

นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เขามีความหวังว่าพรรคเดโมแครตจะกวาดชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย โดยจะสามารถคว้าทั้ง 2 ที่นั่งในรัฐดังกล่าว และขณะนี้มีแนวโน้มว่าผู้ลงคะแนนเสียงในรัฐจอร์เจียจะช่วยให้พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารทะยานขึ้นในวันนี้ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 1% โดยอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนผลประกอบการของภาคธนาคาร

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าหากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส จะทำให้มีการออกมาตรการปรับขึ้นอัตราภาษี และออกกฎระเบียบคุมเข้มบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี

นางเคลลี ลอฟเฟลอร์ และนายเดวิด เพอร์ดิว จากพรรครีพับลิกัน ครองตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาในรัฐจอร์เจียในขณะนี้ ซึ่งหากทั้งสองสามารถรักษาเก้าอี้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะทำให้พรรครีพับลิกันยังคงครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาต่อไป ด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 48 เสียง

อย่างไรก็ดี ถ้าหากนางลอฟเฟลอร์ และนายเพอร์ดิว พ่ายแพ้ให้แก่นายราฟาเอล วอร์นอค และนายโจน ออสซอฟฟ์ ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ทางพรรคเดโมแครตก็จะสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา โดยมีคะแนนเสียง 50 ต่อ 50 เสียง รวมกับอีก 1 เสียงจากนางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะสามารถใช้สิทธิลงคะแนนเสียงดังกล่าวในฐานะประธานวุฒิสภาโดยตำแหน่ง เพื่อชี้ขาดในกรณีที่วุฒิสมาชิกลงคะแนนเสียงเท่ากันในญัตติใดญัตติหนึ่ง

ล่าสุด สื่อรายงานว่า นายวอร์นอคสามารถคว้าชัยชนะเหนือนางลอฟเฟลอร์ได้แล้ว ขณะที่คะแนนของนายออสซอฟฟ์ยังคงนำนายเพอร์ดิวมากกว่า 16,000 คะแนน

หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยคว้าตำแหน่งวุฒิสมาชิกในรัฐจอร์เจียทั้ง 2 เก้าอี้ จะทำให้ทางพรรคสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเอื้อต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 แต่ก็ทำให้การผลักดันมาตรการปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใต้รัฐบาลของนายโจ ไบเดน เป็นไปได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะส่งกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท