วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ดาวโจนส์’ปิดบวก 167 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร(5ม.ค.)ดีดตัวขึ้น 167 จุด ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจียของสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 167.71 จุด หรือ 0.55% ปิดที่ 30,391.60 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 26.21 จุด หรือ 0.71% ปิดที่ 3,726.86 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 120.51 จุด หรือ 0.95% ปิดที่ 12,818.96 จุด

อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงเกือบ 400 จุดในการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ ทำสถิติทรุดตัวลงมากที่สุดในรอบเกือบ 10 สัปดาห์ และเป็นการปิดตลาดในแดนลบในวันซื้อขายแรกของปีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจีย โดยกังวลว่าหากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้ง จะทำให้พรรคสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะทำให้การผลักดันมาตรการปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใต้รัฐบาลของนายโจ ไบเดน เป็นไปได้ง่ายขึ้น และจะกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท

แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า ชัยชนะของพรรคเดโมแครตจะช่วยให้รัฐบาลของนายไบเดนสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้รวดเร็วมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด

“ต่อให้พรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ ก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีครั้งใหญ่หรือไม่ แต่ทางพรรคสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 รอบใหม่ รวมทั้งผลักดันโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคครั้งใหม่” นายมาร์ก แฮกเกตต์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยการลงทุนของบริษัทเนชั่นไวด์กล่าว

ชาวอเมริกันและทั่วโลกกำลังจับตาการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจียของสหรัฐ ซึ่งจะมีเดิมพันสูงสำหรับพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยจะตัดสินว่าพรรคใดสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา

การเลือกตั้งดังกล่าวมีกำหนดปิดหีบ และเริ่มนับคะแนนในเวลา 19.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับพรุ่งนี้เช้าเวลา 07.00 น.ตามเวลาไทย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จากพรรคเดโมแครต ต่างเดินทางไปยังรัฐจอร์เจียเมื่อวานนี้ เพื่อรณรงค์หาเสียงสำหรับการเลือกตั้งดังกล่าว หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะทำให้ทางพรรคสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร และเอื้อต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐภายใต้รัฐบาลของนายไบเดน หลังจากที่ถูกขัดขวางในสมัยของปธน.ทรัมป์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะทำให้พรรคเดโมแครตสามารถผลักดันมาตรการปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ง่ายขึ้น และจะกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท

นายไบเดนมีนโยบายเพิ่มภาษีคนรวยเพื่อช่วยคนจน โดยเขาจะยกเลิกมาตรการปรับลดอัตราภาษีของปธน.ทรัมป์ ด้วยการปรับขึ้นอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 28% จากเดิมที่ปธน.ทรัมป์ปรับลดจาก 35% สู่ระดับ 21% ในปัจจุบัน นอกจากนี้ นายไบเดนจะปรับเพิ่มภาษีของครัวเรือนที่มีรายได้มากกว่า 400,000 ดอลลาร์ต่อปี โดยมีการคาดการณ์ว่าการปรับขึ้นภาษีดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น 4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในเวลา 10 ปี ขณะที่นายไบเดนจะเพิ่มการลดหย่อนภาษีสำหรับชนชั้นกลาง และให้เงินอุดหนุนภาษีสำหรับการเลี้ยงดูบุตรมากขึ้น

ขณะนี้ นางเคลลี ลอฟเฟลอร์ และนายเดวิด เพอร์ดิว จากพรรครีพับลิกัน ครองตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาในรัฐจอร์เจีย ซึ่งหากทั้งสองสามารถรักษาเก้าอี้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะทำให้พรรครีพับลิกันยังคงครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาต่อไป ด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 48 เสียง

แต่ถ้าหากนางลอฟเฟลอร์ และนายเพอร์ดิว พ่ายแพ้ให้แก่นายราฟาเอล วอร์นอค และนายโจน ออสซอฟฟ์ ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ทางพรรคเดโมแครตก็จะสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา โดยมีคะแนนเสียง 50 ต่อ 50 เสียง รวมกับอีก 1 เสียงจากนางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะสามารถใช้สิทธิลงคะแนนเสียงดังกล่าวในฐานะประธานวุฒิสภาโดยตำแหน่ง เพื่อชี้ขาดในกรณีที่วุฒิสมาชิกลงคะแนนเสียงเท่ากันในญัตติใดญัตติหนึ่ง

คณะกรรมการการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจียกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในวันนี้ หลังจากที่ไม่มีผู้สมัครรายใดได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้งในวันที่ 3 พ.ย.2563

พรรคเดโมแครตมีโอกาสที่จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในรัฐจอร์เจีย หลังจากที่นายไบเดนสามารถชนะการเลือกตั้งในรัฐดังกล่าวในเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว โดยทำลายสถิติการผูกขาดชัยชนะของพรรครีพับลิกันเป็นเวลาหลายสมัยคิดเป็นเวลาถึง 20 ปี