‘ดาวโจนส์’ปิดบวก 47 จุด ขณะนลท.กังวลคองเกรสงัดข้อมาตรการกระตุ้นศก.
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์(11ธ.ค.)ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 47 จุด ขณะที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 47.11 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 30,046.37 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 4.64 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 3,663.46 จุด และดัชนีแนสแด็กร่วงลง 27.94 จุด หรือ 0.23% ปิดที่ 12,377.87 จุด
การหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐในสภาคองเกรสยังคงไม่มีความคืบหน้า ขณะที่คณะทำงานของนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐ ระบุว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาจะไม่ให้การสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9.08 แสนล้านดอลลาร์
พรรครีพับลิกันมีท่าทีคัดค้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว แม้มีเสียงเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งอนุมัติแผนเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจเพื่อช่วยให้ชาวอเมริกันจำนวน 12 ล้านคนยังคงได้รับเงินชดเชยการว่างงาน และช่วยให้ครัวเรือนสหรัฐหลีกเลี่ยงจากการถูกยึดบ้าน
ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการจัดสรรเงินช่วยเหลือรัฐบาลท้องถิ่นในรัฐต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้มีการจัดสรรเงินสนับสนุนรัฐต่างๆ ในขณะที่พรรครีพับลิกันแสดงท่าทีคัดค้าน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือแก่ชาวอเมริกันที่ตกงาน และการจ่ายเช็คเงินสดแก่ประชาชนเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ขณะเดียวกัน การเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังประสบความล่าช้าจากการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีกำหนดเลื่อนการประชุมไปจนถึงสัปดาห์หน้า
ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) ขยับขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนต.ค.และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีพีพีไอ ปรับตัวขึ้น 0.8% ในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนต.ค.
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีพีพีไอจะปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายปี


