สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพุธ(11พ.ย.)ปรับตัวขึ้น 9 เซนต์ ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะทำให้ประเทศต่างๆกลับมาเปิดเศรษฐกิจ และหนุนความต้องการใช้น้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนธ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ ปิดที่ราคา 41.45 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 19 เซนต์ ปิดที่ 43.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 5.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 913,000 บาร์เรล
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 13% ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ไฟเซอร์ อิงค์ บริษัทยารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และ BioNTech บริษัทยาของเยอรมนี แถลงความคืบหน้าครั้งใหญ่ในการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยมีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการป้องกันไวรัสสำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ออกรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือนพ.ย.ในวันนี้ โดยได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปีนี้และปีหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ทั้งนี้ โอเปกปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีนี้สู่ระดับ 90 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2556 นอกจากนี้ โอเปก ยังปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีหน้าสู่ระดับ 96.3 ล้านบาร์เรล/วัน
ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อุปสงค์น้ำมันโลกอยู่ที่ระดับ 99.8 ล้านบาร์เรล/วัน
โอเปกเปิดเผยรายงานดังกล่าวก่อนการประชุมของโอเปกและชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.เพื่อกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมัน
ทั้งนี้ โอเปกพลัสตัดสินใจปรับลดกำลังการผลิต 7.7 ล้านบาร์เรล/วันจนถึงสิ้นปี 2563 ก่อนที่จะลดกำลังการผลิตเพียง 5.8 ล้านบาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนม.ค.2564 ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาร์เรล/วันจากโอเปกพลัสไหลเข้าสู่ตลาดน้ำมันโลก





