โจ ไบเดน และ คามาลา แฮร์ริส เปิดเว็บไซต์เตรียมตัวเป็นรัฐบาลใหม่ แม้ผลการนับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ ด้าน รมช.ต่างประเทศจีนเผย การเลือกตั้งถือเป็นโอกาสสหรัฐเปลี่ยนนโยบาย หวังพบกับจีนครึ่งทาง
เว็บไซต์เดลิเมล รายงานวานนี้ (5 พ.ย.) ว่า นายโจ ไบเดน ที่มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเป็นผู้ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเปิดเว็บไซต์ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล buildbackbetter.com เพื่อแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบว่า หากชนะเลือกตั้งแล้วเขาและนางคามาลา แฮร์ริส คู่ชิงรองประธานาธิบดีจะทำอะไรบ้าง ก่อนถึงวันสาบานตน 20 ม.ค.2564
เว็บไซต์ buildbackbetter.com หน้าเว็บเป็นรูปไบเดนเท้าคาง ในมือถือปากกา ท่าทางครุ่นคิด
ใต้ภาพมีข้อความ “ประชาชนอเมริกันจะตัดสินว่า ใครจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป การนับคะแนนในหลายรัฐทั่วประเทศยังคงดำเนินอยู่ ประเทศกำลังเผชิญวิกฤติรุนแรง ตั้งแต่โควิด-19 ระบาด เศรษฐกิจถดถอย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงความอยุติธรรมทางเชื้อชาติ ทีมเปลี่ยนผ่านจะเดินหน้าเตรียมการอย่างรวดเร็ว เพื่อให้รัฐบาลไบเดน-แฮร์ริส ทำงานได้ทันทีตั้งแต่วันแรก”
ชาวเน็ตตอบรับกับการเปิดเว็บไซต์ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลของนายไบเดน ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งกล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการประกาศชัยชนะ เป็นสัญญาณว่าการเลือกตั้งจบลงเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านั้นแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 19.30 น. วานนี้ตามเวลาประเทศไทย เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นรายงานนายไบเดนได้คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง 253 เสียง ประธานาธิบดีทรัมป์ 53 เสียง โดยทรัมป์ได้คะแนนนำเพิ่มอีกเล็กน้อยในรัฐจอร์เจียหลังรายงานผลคะแนนในเขตใหญ่สุดของรัฐอีกหลายพันคะแนน ส่วนไบเดนถ้าชนะในเพนซิลเวเนียก็จะได้เสียงครบ 270 เสียงตามที่ต้องการ
รู้จัก ‘โจ ไบเดน’
“โจ ไบเดน” ที่โลกกำลังลุ้นว่า จะได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกาหรือไม่ มีชื่อเต็มว่า โจเซฟ โรบิเนตต์ ไบเดน จูเนียร์ จะมีอายุ 78 ปีเต็มในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว (เกิดวันที่ 20 พ.ย. 2485) บ้านเกิดอยู่ที่เมืองสแครนตัส รัฐเพนซิลเวเนีย จบปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์ ม.เดลาแวร์ (พ.ศ.2508) และปริญญาโทนิติศาสตร์ ม.ซีราคิวส์ รัฐนิวยอร์ก (พ.ศ. 2511) เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นทนายความในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์
พ.ศ.2513-2515 เป็นสมาชิกสภาเทศมณฑลนิวคาสเซิล รัฐเดลาแวร์
พ.ศ.2516-2552 ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ว.รัฐเดลาแวร์ สมัยแรกปี 2516 และชนะเลือกตั้งส.ว.อีก 6 สมัย
พ.ศ.2552-2560 ได้รับเลือกตั้งเป็นรองประธานาธิบดี คนที่ 47 ในสมัยบารัก โอบามา
สิ่งที่นายไบเดนจะทำหากได้เป็นประธานาธิบดี เขาประกาศชัดตั้งแต่วันแรกว่าจะเข้าร่วมข้อตกลงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศปารีส และเริ่มปฏิบัติตามแผนควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือคณะรัฐมนตรีใหม่ที่เก็งกันมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง เช่น นายคริส คูนส์ สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐเดลาแวร์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายพรีต ภารารา อดีตอัยการแขวงใต้รัฐนิวยอร์ก หรือนายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าวยังเร็วเกินไป เนื่องจากสถานการณ์เมื่อคืนวันพุธ (4 พ.ย.) ตามเวลาสหรัฐ รัฐสำคัญอย่างเพนซิลเวเนีย เนวาดา จอร์เจีย และนอร์ทแคโรไลนายังไม่ประกาศผู้ชนะ รัฐแอริโซนาที่ตอนแรกไบเดนชนะก็เริ่มผันผวน
จีนหวังรัฐบาลใหม่พบกันครึ่งทาง
เว็บไซต์ซีเอ็นบีซี รายงานว่า วานนี้ (5 พ.ย.) นายเล่อ ยู่เฉิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงกับสื่อทางการจีนหวังว่าการเลือกตั้งสหรัฐจะดำเนินไปอย่างราบรื่น
“ทัศนคติของจีนต่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐชัดเจนเสมอมา แม้สองประเทศมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่โอกาสของความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วมกันยังมีอีกมาก ผมหวังว่ารัฐบาลใหม่ของสหรัฐจะพบกันครึ่งทางกับจีนแนวทางดังกล่าวเช่น ยึดไม่หลักการไม่ขัดแย้ง ไม่เผชิญหน้า เคารพซึ่งกันและกัน เป็นความร่วมมือที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย”
ทั้งนี้ สองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกขัดแย้งกันมาตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน เริ่มต้นจากเรื่องการค้าขยายวงไปสู่เรื่องอื่นทั้งเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ เหล่านักวิเคราะห์คาดว่า สหรัฐจะใช้นโยบายแข็งกร้าวกับจีนมากขึ้นไม่ว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดี
นายคลีต วิลเลมสน์ อดีตหัวหน้าคณะเจรจาการค้าทำเนียบขาว เผยกับรายการ“Squawk Box Asia” ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี วานนี้ ระบุ “ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเล่นบทโหดกับจีนช่วยสร้างความสามัคคีในประเทศที่กำลังแตกแยกของเราได้ เราแตกแยกกันเองเรื่องการเมืองภายใน แต่เห็นตรงกันเรื่องจีน”
นักวิเคราะห์กล่าวว่า รัฐบาลไบเดนมีแนวโน้มดึงพันธมิตรสหรัฐมาร่วมสร้างยุทธศาสตร์ต่อต้านจีนที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากกว่ารัฐบาลทรัมป์
เมื่อเย็นวันพุธ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนแถลงว่า จีนจะเร่งเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไม่มีการกล่าวถึงสหรัฐ ซึ่ง น.ส.อีโมเจน เพจ-จาร์เร็ต นักวิเคราะห์แผนกจีนจากดิอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (อีไอยู) รายงานว่า จีนต้องการทำข้อตกลงการค้าเสรีเพิ่มเติมตามแผนเพิ่มแหล่งนำเข้าให้หลากหลาย โดยเฉพาะสินค้าสำคัญทางยุทธศาสตร์ เช่น เทคโนโลยีหลัก พลังงาน และอาหาร
ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์กับสหรัฐและประเทศตะวันตกอื่นๆ อาจหมายถึงจีนถูกตัดโอกาสการเข้าถึงสินค้าบางชนิดได้ในอนาคต
ด้านสื่อทางการจีนแทบจะไม่รายงานข่าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ แตกต่างจากโลกโซเชียลมีเดียและสื่อเอกชน มีคนโพสต์เรื่องการเลือกตั้งกันมากในวีแช็ต แฮชแท็กทรัมป์ชนะในฟลอริดา และสองทวีตแรกของทรัมป์ตั้งแต่วันเลือกตั้งติดเทรนด์ท็อป 25 ในเว่ยป๋อเมื่อวันพุธ
บทบรรณาธิการไชน่าเดลี่ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของทางการจีน รายงานว่า การเลือกตั้งถือเป็นโอกาสที่สหรัฐจะได้เปลี่ยนนโยบายต่อจีน จึงไม่ควร “ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ”
หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ “โกลบอลไทม์ส” ของทางการจีน เผยแพร่บทความภาษาอังกฤษเมื่อคืนวันพุธ พยายามเชื่อมโยงความไม่สงบในสหรัฐว่าเป็นปัญหาค่านิยมประชาธิปไตยอันย้อนแย้ง และว่าวิธีคิดของสื่อชั้นนำในสหรัฐล้มเหลวทำโพลล์ชี้นำบิดเบือนความจริง
ด้านนายหู สีจิน บรรณาธิการโกลบอลไทม์สที่มีคนติดตามมากมาย เขียนบทความภาษาจีนวานนี้ว่า ไบเดนได้คะแนนนำโดยเฉพาะในรัฐมิชิแกน เท่ากับว่านายทรัมป์ต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก จะยอมรับความพ่ายแพ้หรือคัดค้านผลการเลือกตั้ง
หุ้นยุโรปเปิดตลาดขึ้นต่อ
ตลาดหุ้นสำคัญในยุโรปเปิดตลาดวันพฤหัสบดีบวกต่อเนื่อง แม้ยังไม่ทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อเวลา 15.30 น. วานนี้ว่า ดัชนี FTSE100 ตลาดหุ้นลอนดอน ขยับขึ้น0.5% มาอยู่ที่5,911.47 จุด โดยได้ปัจจัยธนาคารกลางอังกฤษอัดฉีดเงินสดกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 1.5 แสนล้านปอนด์มาเป็นปัจจัยเสริมด้วย
ในยูโรโซน ดัชนีCAC 40 ตลาดหุ้นปารีส บวก 0.9% มาอยู่ที่4,966.61 จุด ดัชนีDAX 30 ตลาดหุ้นแฟรงค์เฟิร์ต ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.8% มาอยู่ที่12,422.26 จุด
“ตลาดหุ้นยุโรปเปิดแรงอีกครั้ง แม้ว่าการเลือกตั้งสหรัฐจะยืดเยื้อเพราะทีมหาเสียงทรัมป์คัดค้านและขอให้นับคะแนนใหม่ในสวิงสเตทบางรัฐ ดูเหมือนว่านักลงทุนพอใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าการท้าทายของทรัมป์มีผลแค่ดึงให้ไบเดนได้รับการประกาศว่าเป็นผู้ชนะช้าลงเท่านั้น” นายเครก เออร์แลม นักวิเคราะห์จากOANDA กล่าว
ลุ้นมาตรการเศรษฐกิจหนุนหุ้นเอเชีย
ส่วนตลาดหุ้นเอเชียขึ้นถ้วนหน้า เมื่อนายไบเดน ใกล้ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่เต็มที นักลงทุนมีความหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ที่จำเป็นอย่างยิ่งจะผ่านสภาในไม่ช้า ไม่สนที่ทรัมป์อ้างว่ามีการโกงเกิดขึ้นและยื่นฟ้องให้หยุดนับคะแนน
ตลาดหุ้นฮ่องกงและจาการ์ตาปิดบวกกว่า 3% สิงคโปร์ โซล มะนิลา และกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มกว่า 2%
เซี่ยงไฮ้ ซิดนีย์ มุมไบ ปิดบวกกว่า 1% ตลาดหุ้นเวลลิงตันและไทเปปรับขึ้นเช่นกัน
นักลงทุนมีความหวังว่ารัฐบาลวอชิงตันจะได้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ แม้ว่าตัวเลขค่าใช้จ่ายจะไม่มากเท่าที่เคยคิดไว้สมัยที่พรรคเดโมแครตคุมสภาคองเกรส





