วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรือสำราญเลิกให้บริการในสหรัฐถึงปลายปี63

เรือสำราญเลิกให้บริการในสหรัฐถึงปลายปี63 ขณะที่การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมเดินเรือสำราญทั่วโลก ยกเลิกแผนที่จะกลับมาให้บริการอีกครั้งในปีนี้ ขณะที่การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านสมาคมเรือสำราญระหว่างประเทศ ประเมินว่า การระงับให้บริการเรือหรูช่วงที่่ผ่านมาสร้างความสูญเสียแก่กิจกรรมทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ากว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ และทำให้คนตกงานเฉพาะในสหรัฐประเทศเดียวมากถึง 164,000 คน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19ในขณะนี้ ทำให้อุตสาหกรรมเดินเรือสำราญ ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทให้บริการเดินเรือประเภทนี้ 95% ของทั่วโลก รวมถึงบริษัทเดินเรือสำราญคาร์นิวัล และนอร์วีเจียน ตัดสินใจที่จะยุติการให้บริการในสหรัฐไปจนถึงตลอดปลายปีนี้

ที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) ขยายคำสั่งห้ามเดินเรือสำราญออกไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.ปีนี้ ครอบคลุมถึงการระงับเดินเรือสำราญที่มีความจุผู้โดยสารอย่างน้อย 250 คนในน่านน้ำที่อยู่ในขอบเขตอำนาจทางกฎหมายของสหรัฐ

แถลงการณ์ ระบุว่า ซีดีซีสนับสนุนการตัดสินใจของสมาคมเรือสำราญนานาชาติ (ซีแอลไอเอ) เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า บริษัทเดินเรือสำราญรายใหญ่ตัดสินใจด้วยความสมัครใจที่จะขยายเวลาระงับการเดินเรือสำราญออกจากท่าเรือในสหรัฐไปจนถึงวันที่ 15 ก.ย. 2563

เพื่อให้สอดคล้องกับการตัดสินใจของซีแอลไอเอ ทางซีดีซีจึงประกาศขยายคำสั่งห้ามการเดินเรือสำราญ เพื่อรับประกันว่าบรรดาผู้ประกอบการเรือสำราญจะไม่เริ่มกลับมาให้บริการก่อนเวลาอันควร

ข้อมูลจากซีดีซีที่รวบรวมตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.จนถึงวันที่ 10 ก.ค. ระบุว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 บนเรือสำราญจำนวน 2,973 ราย และมีผู้เสียชีวิต 34 ราย ซึ่งกรณีดังกล่าวเกิดจากการระบาด 99 ครั้งบนเรือสำราญต่างๆ จำนวน 123 ลำ

ซีแอลไอเอ ซึ่งรวมถึงเรือสำราญชั้นนำโลกอย่าง พรินซ์เซส คาร์นิวัล และโรยัล แคริเบียน ระบุว่า สมาชิกของซีแอลไอเอเลือกที่จะยุติการให้บริการเดินเรือสำราญในสหรัฐไปจนถึงปลายปีนี้และบริษัทเดินเรือสำราญที่เป็นสมาชิกทั้งหมดจะใช้เวลาที่เหลือของปีนี้ เตรียมการด้านต่างๆเพื่อรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19ได้อย่างปลอดภัย โดยยึดตามข้อเสนอแนะจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและซีดีซี

เมื่อวันศุกร์(30ต.ค.)เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐ ได้ออกข้อบังคับใหม่อนุญาตให้เรือสำราญขนาดใหญ่กลับมาเริ่มให้บริการในสหรัฐได้อีกครั้ง แม้จะไม่ได้ให้มีผลบังคับในทันที ซึ่งในบรรดาข้อเรียกร้องของซีดีซีคือเจ้าของเรือสำราญต้องตรวจร่างกายผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจนถึงวันที่สิ้นสุดการเดินทาง ซึ่งจำกัดเพียงแค่7 วัน

ในช่วงกลางเดือนมี.ค. ซีดีซีมีคำสั่งให้เรือสำราญทุกลำยุติการเดินเรือเข้ามายังท่าเรือสหรัฐ หลังจากตรวจพบการแพร่ระบาดของโรคโควิดในหมู่ผู้โดยสารจำนวนมาก จนกระทั่งล่าสุด ทางการสหรัฐได้ออกข้อบังคับใหม่ อนุญาตให้เรือสำราญเข้าเทียบท่าในสหรัฐได้

อุตสาหกรรมเรือสำราญยุติการให้บริการชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. หลังจากค้นพบหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้ว่าเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่บนเรือสำราญที่เข้าเทียบท่าที่สหรัฐนานหลายสัปดาห์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาหุ้นบริษัทเดินเรือสำราญรายใหญ่ๆเริ่มปรับตัวลงตั้งแต่เดือนก.พ.และเมื่อถึงประมาณกลางเดือนมี.ค. เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐชลอตัวอย่างรุนแรง บริษัทประสบปัญหาขาดทุนเป็นเงินหลายพันล้านดอลลาร์ในปีนี้ มูลค่าทางการตลาดของบริษัทต่างๆหายไปกว่า 70%

ข้อเสนอแนะของซีดีซีที่เผยแพร่ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่า เพื่อให้การบริการผู้โดยสารของบรรดาเรือสำราญเดินหน้าต่อไปได้ บริษัทที่บริหารเรือสำราญทั้งหลายต้องดำเนินการตรวจร่างกายผู้โดยสารและลูกเรือทุกคน กักบริเวณและแยกผู้โดยสารและลูกเรือไว้ต่างหาก นอกจากนี้ ต้องสร้างห้องแล็ปเพื่อทดสอบและตรวจสอบร่างกายผู้โดยสารบนเรือ และก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เดินเรือเข้าไปเทียบท่าในสหรัฐได้ บริษัทเดินเรือเหล่านี้ต้องจำลองสถานการณ์การเดินเรือโดยมีอาสาสมัครสวมบทบาทเป็นผู้โดยสารที่มีอาการป่วยด้วยโรคโควิด-19ด้วย

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐยังคงอยู่ในระดับที่เลวร้าย โดยมีผู้ติดเชื้อกว่า 101,400 คน โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็นกว่า 9.3 ล้านคนแล้ว และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 988 คน ยอดสะสมผู้เสียชีวิตอยู่ที่กว่า 235,000 คน