วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แรงงานต่างชาติ'หนุนศก.สิงคโปร์โต

“แรงงานต่างชาติ”หนุนศก.สิงคโปร์โต โดยสิงคโปร์มีแรงงานต่างชาติเกือบ40%มากกว่าบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับสิงคโปร์มีประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในยุคที่โรคโควิด-19 กำลังระบาดระลอกสอง สิงคโปร์ก็เจอปัญหาหนักใจ นั่นคือปัญหาขาดแคลนแรงงานมีทักษะตรงกับที่ตลาดต้องการ ทำให้ทางการสิงคโปร์ ตัดสินใจว่าจ้างแรงงานมีทักษะความชำนาญเฉพาะด้านในอัตราค่าจ้างที่สูงขึ้น ด้วยความหวังว่า แรงงานต่างชาติเหล่านี้จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ แรงงานในท้องถิ่นเกิดความรู้สึกว่ากำลังถูกแรงงานต่างชาติแย่งงาน และเกิดทัศนะคติที่ไม่ดีต่อแรงงานต่างชาติ

การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก ประเทศขนาดเล็กและใหญ่ล้วนหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่พ้น แต่คนที่รับรู้ได้ถึงผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ชัดเจนน่าจะเป็นหนุ่มวิศวกรชาวอินเดียที่เพิ่งได้งานทำในสิงคโปร์และก็สูญเสียงานนั้นแบบไม่คาดฝัน

หนุ่มอินเดียรายหนึ่งอยู่ในวัย30 ตกงานในตำแหน่งวิศวะประจำโรงงานผลิตของบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งในสิงคโปร์เมื่อเดือนส.ค.เพราะผลพวงจากโควิด-19 ระบาดทำให้บริษัทตัดสินใจปรับโครงสร้างใหม่ เขาหวังว่าจะหางานทำใหม่แต่ก็พบว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก ส่วนใหญ่เป็นเพราะข้อจำกัดด้านทักษะความชำนาญของเขา

แต่หนุ่มวิศวกรชาวอินเดียรายนี้ก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอย่างอื่นที่ทำให้เขาหางานไม่ได้ นั่นคือ บรรยากาศไม่ต้อนรับแรงงานต่างชาติ ขณะที่เศรษฐกิจของสิงคโปร์อยู่ในช่วงขาลง

“ผมก็แค่คาดเดา แต่ผมก็เห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์มากมายที่รายงานว่าแรงงานต่างชาติกำลังเข้ามาแย่งงานแรงงานในท้องถิ่น และรัฐบาลสิงคโปร์ก็ให้การสนับสนุนเรื่องนี้ นี่อาจเป็นคำตอบว่าทำไมผมจึงหางานได้ยากเย็นนัก”หนุ่มวิศวกรอินเดียที่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อ กล่าว

การระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากจะฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกแล้วยังทำให้เกิดการปกป้องแรงงานในประเทศของประเทศต่างๆ อย่างกรณีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศคุมเข้มระบบตรวจคนเข้าเมืองเพื่อปกป้องชีวิต และหน้าที่การงานของพลเมืองอเมริกัน ด้วยการขยายเวลาระงับการให้วีซ่าแรงงานต่างชาติไปตลอดจนถึงสิ้นปีนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้คนอเมริกันว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศหลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19

วีซ่าที่ถูกระงับนี้ มีทั้ง H-1B คือวีซ่าที่ให้บริษัทจ้างแรงงานต่างชาติได้ชั่วคราว, H-2B แรงงานที่จ้างมาเพื่องานด้านการเกษตรชั่วคราว อนุญาตให้นายจ้างนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในสหรัฐซึ่งก็มีงานที่ไม่ใช่ด้านการเกษตรด้วย

ส่วน H-4 คือคู่สมรสของแรงงานที่ได้วีซ่า H-1B, วีซ่า L คือแรงงานระดับผู้บริหารและระดับสูงที่โอนย้ายมาทำงานในสหรัฐ และ J แรงงานที่เข้ามาทำงานในสหรัฐในลักษณะแลกเปลี่ยน เและมีเป้าหมายด้านการสอน การทำวิจัย สำรวจ ศึกษา อบรม ซึ่งก็มีทั้งนักวิชาการ ผู้ช่วยนักวิจัย นักเรียน นักศึกษาฝึกงาน ครู อาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญ​

ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (อีไอยู)ระบุเมื่อเดือนส.ค.ว่าการห้ามหรือออกมาตรการคุมเข้มเพื่อสกัดกั้นแรงงานต่างชาติโดยมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งการระบาดของโรคโควิด-19เป็นมาตรการปกป้องตลาดงานในประเทศ

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีกฏหมายแรงงานเข้มงวดแต่ด้วยความที่ถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค ทำให้สิงคโปร์ต้องปรับตัว ผลที่ตามมาคือ สิงคโปร์มีแรงงานต่างชาติเกือบ40%มากกว่าบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับสิงคโปร์มีประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หมายความว่า ภายในปี 2573 ประชากรสิงคโปร์เกือบหนึ่งในสี่จะมีอายุ65ปีขึ้นไป เพราะฉะนั้น หากสิงคโปร์เปิดรับแรงงานต่างชาติในจำนวนจำกัดขณะเดียวกันก็ลดการมีปฏิสังสรรค์กับโลกภายนอก สิงคโปร์จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไปได้อย่างไร

กระทรวงแรงานของสิงคโปร์ระบุว่า นับจนถึงเดือนมิ.ย. สิงคโปร์มีแรงงานต่างชาติจำนวน 1,351,800 คน ในจำนวนนี้ 14% ถือใบผ่านการจ้างงาน สาขาอาชีพต่างๆ ผู้จัดการและผู้บริหารเช่น วิศวกรอินเดีย ขณะที่อีก 14% ถือใบอนุญาตทำงานประเภทเอส หรือสตาฟระดับกลางที่มีทักษะความชำนาญ ส่วนที่เหลือถือใบอนุญาตทำงาน ซึ่งรวมถึงแรงงานจากประเทศที่มีรายได้ถูกและส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ในอุตสาหกรรมต่อเรือ และงานแม่บ้านและพี่เลี่้ยงเด็ก

แน่นอนว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์อย่างมาก โดยรัฐบาลสิงคโปร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะหดตัวระหว่าง 5% และ7% ในปีนี้ ส่วนอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.9% ในเดือนก.ย.เทียบกับ3.3% ในเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว เนื่องจากอุตสาหกรรมหลักๆอย่างเช่น การท่องเที่ยวได้รับความเสียหายจากโควิด-19อย่างหนัก

จำนวนประชากรโดยรวมของสิงคโปร์ ทั้งพลเมืองสิงคโปร์และชาวต่างชาติลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ17ปีในปีนี้ โดยอยู่ที่ 5.68 ล้านคน ลดลง 0.3% จากปีก่อนหน้านี้ ขณะที่สัดส่วนพลเมืองสูงวัยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็น 16.8% จาก10.1% เมื่อ10ปีก่อน

เมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 รัฐบาลสิงคโปร์เริ่มหันมาพึ่งพาแรงงานในประเทศ สนับสนุนธุรกิจดิจิทัลและเสริมทักษะความชำนาญแก่แรงงานในประเทศเพื่อปรับปรุงขีดความสามารถด้านการผลิต ทั้งยังจัดทำโครงการต่างๆเพื่อให้นายจ้างจ้างงานแรงงานในบริษัทต่อไป แต่ในระยะยาว สิงคโปร์ ยังคงว่าจ้างแรงงานที่มีทักษะจากต่างประเทศ เพราะมองว่าแรงงานเหล่านี้ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้