กูรูเชื่อ "ตุลาการภิวัฒน์" พร้อมทำงาน หาก "โดนัลด์ ทรัมป์" ไม่พอใจผลเลือกตั้งสหรัฐ ชี้วางหมากสำคัญในศาลสูงไว้แล้ว
รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่า ไฮไลท์การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่ได้อยู่ที่ช่วงเวลาการหาเสียงหรือตอนที่ผู้มีสิทธิไปลงคะแนน แต่จะอยู่หลังจากที่ชาวอเมริกัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหย่อนบัตรลงคะแนนเสียงแล้ว เพราะอาจมีบิ๊กเซอร์ไพรส์เกิดหลังเลือกตั้ง ซึ่งต้องจับตาความเคลื่อนไหวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ จากพรรครีพับลิกัน ว่าจะมีท่าทีต่อผลคะแนนที่ออกมาอย่างไร
"ก่อนหน้านี้นายทรัมป์ประกาศว่า ถ้ารัฐไหนเกิดเหตุการณ์น่าสงสัย และเป็นพื้นที่ที่ไบเดนชนะหรือถ้าเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากล จะฟ้องและขอให้นับคะแนนเสียงใหม่ ซึ่งกรณีนี้ศาลสูงสหรัฐจะมีหน้าที่พิจารณาตัดสินกรณีที่นายทรัมป์ร้องขอให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นแล้วในประวัติการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อย่างสมัยของจอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่มีคะแนนชนะในรัฐฟลอริด้า
รศ.ดร.ปิติ กล่าวว่า หากนายทรัมป์นำเรื่องฟ้องศาลสูงจริงๆ เชื่อว่า "ตุลาการภิวัฒน์" จะทำงานอย่างหนัก ซึ่งในการเลือกตั้งสหรัฐครั้งนี้ นายทรัมป์ได้วางหมากไว้แล้ว โดยเมื่อเดือนก่อนได้เสนอชื่อนางเอมี โคนีย์ บาร์เรตต์ เป็นตุลาการศาลฎีกาคนใหม่ ที่จะเพิ่มสัดส่วนเสียงข้างมากให้กับฝ่ายผู้พิพากษากลุ่มอนุรักษนิยมในศาลสูงสุด อยู่ที่ 6 คน และผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยมในศาลสูงสุดอยู่ที่ 3 ทั้งนี้ ตัวเลขสัดส่วนก็ชัดเจนแล้วว่า แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร
มีรายงานว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งการลงคะแนนที่จุดเลือกตั้งและเลือกตั้งทางไปรษณีย์ มีผู้มาใช้สิทธิสูงถึง 97 ล้านคน จากจำนวนอเมริกันที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงประมาณ 160 ล้านคน
นอกจากนี้ แต่รัฐมีกติกาเลือกตั้งที่แตกต่างกัน บางรัฐมีกติตาว่า เมื่อบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าส่งไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำรัฐแล้วก็สามารถนับคะแนนได้ทันที ส่วนบางรัฐกำหนดให้ต้องถึงวันเลือกตั้ง 3 พ.ย. ก่อนจึงจะเปิดและรับคะแนน ฉะนั้นเรื่องการส่งบัตรลงคะแนนเสียงล่วงหน้าล่าช้าก็จะเป็นปัญหาที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหยิบมาเป็นประเด็นได้ และสร้างความยืดเยื้อต่อผลการเลือกตั้งประธานาบดีรวมถึงเป็นการเสียมารยาททางการเมืองในสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการยอมรับผลเลือกตั้งจากประชาชนเสียงข้างมาก และการก้าวเปลี่ยนผ่านไปสู่ผู้ประธานาธิบดีคนใหม่ แบบที่ไม่มีเหตุการณ์ต้องสะดุด เป็นบรรทัดทางการเมืองที่สหรัฐยอมรับกันมาช้านานนาน แต่การเสียมารยาททางการเมืองก็ไม่ใช่เรื่องสำหรับทรัมป์


