วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมินสวม 'หน้ากากอนามัย' เพิ่มความเสี่ยง 'ทรัมป์' ติดโควิด

หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐยอมรับว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ จนต้องเข้ารับการรักษาตัวภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของคณะแพทย์ บทความจากสื่อชั้นนำของสหรัฐหลายแห่งมีความเห็นว่าการไม่สวมหน้ากากอนามัยคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทรัมป์ป่วย

ผู้นำสหรัฐ ไม่ให้ความสำคัญกับการสวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่เชื้อไวรัสชนิดนี้เริ่มแพร่ระบาดในสหรัฐ และในแต่ละวันที่ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน จะเห็นทรัมป์ไม่เคยสวมหน้ากากอนามัยเลย รวมทั้งการเดินทางหาเสียงตามรัฐต่างๆ

ผู้นำสหรัฐให้เหตุผลว่า “ผมจงใจที่จะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องสวมหน้ากากอนามัย และถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพราะไม่อยากสร้างความตื่นตระหนก”ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวเมื่อเดือนมี.ค.แม้ทีมงานด้านสาธารณสุขจะแนะนำตลอดว่าให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

แถมในการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อไม่นานมานี้ ที่มีผู้สนับสนุนร่วมฟังจำนวนหลายพันคน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สวมหน้ากากอนามัย ทรัมป์ ก็วิจารณ์โจ ไบเดน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 3 พ.ย.นี้ว่า ขนาดหาเสียงใกล้บ้านเกิดในเดลาแวร์ยังแสดงท่าทีระมัดระวังมากขนาดนี้ แถมในการดีเบตรอบแรกในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เมื่อวันอังคาร(29ก.ย.)ที่ผ่านมาว่า “ทุกครั้งที่คุณเห็นเขา เขาจะสวมหน้ากากอนามัยตลอดทั้งๆที่เขาพูดห่างจากพวกคุณ200 ฟุตได้ แถมหน้ากากอนามัยที่เขาสวมก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น”

เมื่อถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้จาก คริส วอลเลซ ผู้ประกาศของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ ทรัมป์ บอกว่า เขาจะสวมหน้ากากอนามัยต่อเมื่อเห็นว่าจำเป็นเท่านั้น แถมยังพูดพาดพิงไปถึงดร.แอนโธนี ฟอซี ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดเชื้อของสหรัฐว่ายังแนะนำว่าการสวมหน้ากากอนามัยไม่ใช่สิ่งที่ดีก่อนจะเปลี่ยนใจในเวลาต่อมา

สิ่งที่ทรัมป์ทำ สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับไบเดนที่มักสวมหน้ากากอนามัยตลอดเมื่ออยู่ท่ามกลางคนหมู่มากและการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของเขาจะจำกัดจำนวนผู้เข้าฟัง รวมทั้งใช้มาตรการเว้นระยะห่างตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา มีชาวอเมริกันหลายพันคนที่สนับสนุนทรัมป์ออกมาร่วมชุมนุมในเมืองนิวพอร์ท นิวส์ รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย ประกาศห้ามประชาชนชุมนุมกันเกินกว่า 250 คน แต่ทรัมป์ อ้างว่า ไม่มีคนป่วยจากโควิด-19 จากการออกมารวมพลังสนับสนุนเขา “สิ่งที่เราทำไม่ได้ส่งผลกระทบในเชิงลบ และเรามีประชาชนออกมารวมพลังระหว่าง 35-45,000 คน”ทรัมป์ อ้างในการดีเบตรอบแรก ซึ่งไม่จริงทั้ง2ประเด็น

อย่างไรก็ตาม การไม่สวมหน้ากากอนามัยของทรัมป์ กลายเป็นแถลงการณ์ทางการเมืองสำหรับกลุ่มสนับสนุนทรัมป์ โดยในช่วงต้นเดือนมิ.ย.เมื่อทรัมป์ จัดให้มีการรวมพลังครั้งใหญ่ในเมืองทุลซา รัฐโอกลาโฮมา ปรากฏว่ามีคนออกมารวมพลังสนับสนุนเขาหลายพันคนโดยที่ไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัยเลย ซึ่งในการรวมพลังครั้งนี้ เฮอร์แมน คาอิน นักธุรกิจระดับผู้บริหารและอดีตผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน วัย 74 ปี เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 30 ก.ค.

มาถึงวันที่สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิด-19เกือบ 7.3 ล้านคนและมีคนเสียชีวิตจากโรคนี้จำนวนกว่า 207,000 คน ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังคงชื่นชมตัวเองเกี่ยวกับการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคนี้ แต่การรับมือของทรัมป์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่านี่คือจุดอ่อนทางการเมืองที่จะส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย. เพราะผลสำรวจล่าสุด บ่งชี้ว่าชาวอเมริกัน80-90%สนับสนุนการสวมหน้ากากอนามัย

จุดอ่อนของทรัมป์ในเรื่องนี้ ถูกไบเดนนำมาพูดถึงทุกครั้งที่ออกหาเสียงตามรัฐต่างๆ ขณะที่ผลสำรวจความเห็นของชาวอเมริกันที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งก็พบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการรับมือการระบาดของโรคโควิด-19ของประธานาธิบดี