'ญี่ปุ่น' ดัน 'โอซากา-ฟูกูโอกะ' เป็นฮับการเงินโลก

'ญี่ปุ่น' ดัน 'โอซากา-ฟูกูโอกะ' เป็นฮับการเงินโลก

"รัฐบาลญี่ปุ่น" เผย ผลักดัน "โอซากา-ฟูกูโอกะ" เป็นศูนย์กลางทางการเงินโลกแทนฮ่องกง หลังจีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าววงในว่า รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะผลักดันให้ โอซากา และ ฟูกูโอกะ กลายเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลกแห่งใหม่ และกลายเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดบริษัทและบุคลากรมากความสามารถ จากเดิมที่รวมศูนย์กลางอยู่ที่เมืองหลวงอย่างกรุงโตเกียว ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นและทั่วโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องกระจายอำนาจออกจากศูนย์กลางอย่างกรุงโตเกียวมากขึ้น โดยโอกาซากาเป็นหนึ่งในตัวเลือกเพราะถือเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคคันไซ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดสำคัญอย่างเกียวโตและเฮียวโงะในภาคตะวันตกของญี่ปุ่น อีกทั้งโอซากายังเป็นที่ตั้งของตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้กำหนดให้โอซากาและฟูกูโอกะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับการผ่อนคลายกฎระเบียบด้วย

แหล่งข่าวเผยด้วยว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของญี่ปุ่นยังมีขึ้นในช่วงเวลาที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง ซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระในการบริหารและปกครองตนเองของฮ่องกง ในฐานะที่ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการเงินที่สำคัญของเอเชีย

ทั้งนี้ เมื่อครั้งสหราชอาณาจักรส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้กับจีนเมื่อปี 2540 ฮ่องกงได้รับการยืนยันว่าจะมีอิสระในการปกครองตนเองในระดับสูงเป็นระยะเวลา 50 ปี ภายใต้หลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” แต่การที่รัฐบาลจีนประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงเมื่อไม่นานมานี้ ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการคัดค้านอย่างรุนแรงจากนานาประเทศ และจุดชนวนความวิตกกังวลว่า ฮ่องกงจะมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจน้อยลง และอาจส่งผลให้บริษัทต่างชาติตัดสินใจย้ายออกจากฮ่องกง

“เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้คนจะเริ่มย้ายจากฮ่องกงมายังญี่ปุ่นและสิงคโปร์” นายทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อช่วงต้นเดือนส.ค.นี้ “เราจะต้องให้ความสนใจในการทำให้ญี่ปุ่นเป็นศูนย์กลางการเงิน และจัดการกับเรื่องนี้”

แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนที่จะจัดตั้งบริการให้คำปรึกษาสำหรับบริษัทและสถาบันการเงินต่างชาติขึ้นในโอซากาและฟูกูโอกะ โดยจะจัดสรรเงิน 50 ล้านเยน (474,000 ดอลลาร์) สำหรับปีงบประมาณ 2564 ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนเม.ย.ปีหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามครั้งใหม่ในการผลักดันให้ญี่ปุ่นก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก แต่ขณะเดียวกันญี่ปุ่นยังคงเผชิญความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่สูงกว่าฮ่องกงและสิงคโปร์ อุปสรรคทางด้านภาษา ไปจนถึงขั้นตอนทางราชการต่างๆ ที่มีความยุ่งยากซับซ้อน และอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงคือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นบ่อยครั้ง