รัฐต่างๆ ของสหรัฐ รวมถึงเท็กซัสและแอริโซนากำลังเผชิญกับจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความวิตกว่า การเปิดเศรษฐกิจสหรัฐอีกครั้งอาจทำให้โควิด-19 ระบาดรอบสอง
สหรัฐเป็นประเทศที่เสียหายจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) มากที่สุดทั้งในแง่ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต เศรษฐกิจเองก็เสียหายหนักในปีที่ต้องมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี กว่าสหรัฐจะพ้นวิกฤตินี้ได้ก็สาหัสเอาการ
ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ เมื่อเวลา 20.30 น. วันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 7.30 น. วานนี้ (12 มิ.ย.) ตามเวลาประเทศไทย สหรัฐมีผู้ติดเชื้อ 2,021,990 คน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 941 คน ส่งผลยอดรวมผู้เสียชีวิตทั้งประเทศ อยู่ที่ 113,774 คน
มีรายงานว่า รัฐต่างๆ ของสหรัฐ รวมถึงเท็กซัสและแอริโซนากำลังเผชิญกับจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นตามโรงพยาบาล ซึ่งทำให้เกิดความวิตกว่า การเปิดเศรษฐกิจสหรัฐอีกครั้งอาจทำให้โควิด-19 ระบาดรอบสอง
ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นในรัฐต่างๆ หลายสิบรัฐของสหรัฐนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการทดสอบหาผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แต่ในหลายรัฐ มีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น และในบางรัฐก็เริ่มไม่สามารถรองรับผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้าห้องไอซียู
ตอนนี้สหรัฐยังมีผู้ติดเชื้อวันละราว 2,000 คนอย่างต่อเนื่อง และพยายามลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงอย่างไรก็ตาม อัตราการติดเชื้อทั่วประเทศมีทั้งเพิ่มและลด บางพื้นที่ในเขตชนบทที่ประชากรน้อย จำนวนผู้ป่วยเข้า รพ.เพิ่มขึ้นทุกขณะเมื่อเทียบกับเดือนก่อน
ภายใต้สถานการณ์การติดเชื้อที่ดูเหมือนยังไม่ดีขึ้น เศรษฐกิจยังเป็นโจทย์ใหญ่ไปพร้อมๆ กัน
สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เผยกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จะไม่มีชัตดาวน์อีกแล้ว แม้ว่าการระบาดจะปะทุอีกในบางรัฐก็ตาม
“เราไม่สามารถปิดเศรษฐกิจได้ ผมคิดว่า เราเรียนรู้กันแล้วว่าถ้าคุณชัตดาวน์เศรษฐกิจ คุณก็ยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้น”
มนูชินบอกว่า การชัตดาวน์เศรษฐกิจเป็นครั้งที่ 2 เพื่อชะลอโควิด-19 ไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ ความเห็นของขุนคลังสหรัฐเกิดขึ้นหลังจากวอลล์สตรีทกังวลมากขึ้น เรื่องการติดเชื้อระลอก 2 ในสหรัฐ มนูชินกล่าวด้วยว่า เขาเตรียมกลับเข้าคองเกรสของบประมาณเพิ่มเติมกระตุ้นเศรษฐกิจหากจำเป็น
ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลสหรัฐทำไปแล้วจากปากคำของมนูชิน ได้แก่ 1) โครงการของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ที่ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ นำไปใช้เยียวยาภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 เช่นการปล่อยสินเชื่อให้ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การเข้าซื้อหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน รวมไปถึงมาตรการอื่นๆ 2) โครงการปล่อยกู้เมนสตรีทที่กำลังดำเนินอยู่ และ 3) เขาจะเข้าสภาของบประมาณเพิ่มช่วยเหลือคนงานสหรัฐ เพื่อให้ทุกคนกลับเข้ามาทำงาน นี่คืองานสำคัญอันดับ 1 ที่เขากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมมือกัน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากได้อนุมัติร่างกฎหมายเงินช่วยเหลือขนาด 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ ที่เรียกกันว่า HEROES Act เพื่อใช้ในการรับมือกับโควิด-19 และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกกระทบจากโรคระบาดดังกล่าว กฎหมายนี้ให้สิทธิประโยชน์กับผู้ว่างงานไปจนถึงสิ้นปี ช่วยเหลือเมืองและรัฐต่างๆ ที่เก็บภาษีได้ลดลง
แต่วุฒิสภาที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากยังจับตาสถานการณ์รอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนลงมติ เช่น รายงานการจ้างงานเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ออกมาดีเกินคาด ซึ่งร่างกฎหมายของสภาล่างจะไปเพิ่มเติมกับกฎหมาย CARES วงเงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามเมื่อเดือนมี.ค.
ด้านการเมืองก็ต้องเดินหน้าต่อไปเมื่อวันพุธ ทรัมป์ประกาศว่าจะกลับมาหาเสียงใน 4 รัฐคือ โอคลาโฮมา ฟลอริดา แอริโซนา และนอร์แคโรไลนา แม้ว่าการระบาดยังรุนแรง การหาเสียงจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ที่เมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา
เว็บไซต์หาเสียงของทรัมป์ที่เปิดให้บุคคลลงทะเบียนรับบัตรฟรี เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมหาเสียงที่เมืองทัลซา ระบุข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ไว้ว่า หากท่านเลือกที่จะเข้าร่วมกิจกรรมหาเสียงนี้แล้ว เท่ากับว่าท่านและผู้มาเยือนรายอื่นๆ ยอมรับความเสี่ยงทั้งหมดที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 โดยสมัครใจ และตกลงว่าจะไม่เอาผิดบริษัท Donald J. Trump for President, Inc.; BOK Center; ASM Global หรือบริษัทในเครือ กรรมการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน ตัวแทน ผู้รับจ้าง หรืออาสาสมัครของบริษัทเหล่านี้ หากท่านเกิดอาการป่วยหรือบาดเจ็บใดๆ แต่เว็บไซต์ไม่ได้กล่าวถึงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอื่นๆ เช่น ให้สวมหน้ากาก
การหาเสียงที่ทัลซาจุดประกายให้เกิดการโต้เถียงกันในช่วงที่สหรัฐเกิดความไม่สงบและประท้วงต้านเหยียดผิว และความโหดร้ายของตำรวจ ทัลซาเองเคยเกิดเหตุฆาตกรรมหมู่ด้านเชื้อชาติเมื่อปี 2464 ม็อบคนขาวฆ่าคนดำหลายร้อยคน
ส่วนวันที่ 19 มิ.ย. หรือวัน Juneteenth ก็เป็นวัน Freedom Day เฉลิมฉลองการเลิกทาสในเท็กซัส เมื่อปี 2408
คามาลา แฮร์ริส ส.ว. แคลิฟอร์เนียจากพรรคเดโมแครต หนึ่งในตัวเก็งลงชิงรองประธานาธิบดีคู่กับโจ ไบเดน ประณามการหาเสียงของทรัมป์ ว่าเป็นงานคืนสู่เหย้าของพวกเชิดชูคนผิวขาว
ด้านทำเนียบขาวตอบโต้ว่า Juneteenth เป็นวันที่มีความหมายสำหรับทรัมป์ เขาต้องการใช้โอกาสนี้เล่าถึงความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นกับชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน ขณะที่โจ ไบเดน ว่าที่ตัวแทนพรรคเดโมแครตยังไม่ประกาศว่า จะเริ่มหาเสียงอีกครั้งเมื่อใด
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์จะร่วมประชุมรับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงเลือกตั้งที่เมืองแจ็กสันวิลล์ รัฐฟลอริดาแทนรัฐนอร์ทแคโรไลนาตามที่วางแผนไว้ตอนแรก แต่เกิดความขัดแย้งกับผู้ว่าการรัฐเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสเสียก่อน
รอนนา แมคแดเนียล ประธานพรรครีพับลิกันเผยว่า รัฐฟลอริดาไม่ได้มีความสำคัญแค่เป็นรัฐฐานเสียงเท่านั้น แต่ยังสำคัญต่อเส้นทางสู่ชัยชนะในปี 2563 แต่กิจกรรมทางการของการประชุมพรรค ยังอยู่ที่เมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ตามแผนเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 24-27 ส.ค.
การที่ต้องเปลี่ยนสถานที่ปราศรัยและหาเสียงเนื่องมาจาก รอย คูเปอร์ ผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครต ประกาศว่า ไม่อนุญาตให้จัดประชุมได้เพราะกังวลเรื่องการรวมตัวกันของคนจำนวนมากในช่วงไวรัสโคโรนาระบาด


