วิกฤติโควิด-19 ทั่วโลก ที่เกิดขึ้นในปี 2563 นับเป็นฝันร้ายของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผู้ผลิตต้องเผชิญทั้งยอดขายที่ลดลง โรงงานไม่สามารถเปิดเดินสายการผลิตได้จากมาตรการรัฐ สะท้อนออกมาด้วยรายได้และกำไรที่ลดลง ทั้งมาสด้า โตโยต้า ฮอนด้า ต่างประสบในช่วงที่ผ่านมา
การระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก ทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศต่างๆ พลอยหดหายไปด้วย แถมโรงงานผลิตรถยนต์บางแห่งยังเดินสายการผลิตไม่ได้ เพราะมาตรการของภาครัฐที่ต้องการสร้างระยะห่างทางสังคม ทำให้ผลิตสินค้าไม่ได้ตามเป้าที่กำหนด สิ่งเหล่านี้ถือเป็นฝันร้ายของอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างแท้จริง
ล่าสุด บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ป เปิดเผยว่า กำไรสุทธิในปีงบการเงิน 2562 ร่วงลง 80.8% จากปีก่อนหน้าสู่ระดับ 1.213 หมื่นล้านเยน (113 ล้านดอลลาร์) เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ฉุดยอดขายลดลงในตลาดทั่วโลก
ทั้งนี้ มาสด้าไม่เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการสำหรับปีงบการเงิน 2563 โดยระบุถึงความไม่แน่นอนที่เกิดจากวิกฤตโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลก
สำหรับผลกำไรจากการดำเนินงานในปีงบการเงิน 2562 ร่วงลง 47.0% สู่ระดับ 4.360 หมื่นล้านเยน จากยอดขาย 3.43 ล้านล้านเยน ซึ่งลดลง 3.8% ส่วนยอดขายทั่วโลกของมาสด้าในปีงบการเงิน 2562 ร่วง 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าแตะระดับ 1.42 ล้านคัน
ขณะที่ยอดขายในจีนลดลง 14.4% มาอยู่ที่ 212,000 คัน และ ยอดขายในอเมริกาเหนือลดลง 5.8% แตะที่ 397,000 คัน และในช่วงไตรมาสเดือน ม.ค.-มี.ค.ของปีงบการเงินที่เพิ่งสิ้นสุด มาสด้ามียอดขาดทุนสุทธิ 2.03 หมื่นล้านเยน
ด้านโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า การผลิตรถยนต์ทั่วโลกในเดือน มี.ค.ของโตโยต้า ร่วงลง 20.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 640,973 คัน เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ และความต้องการรถยนต์ทั่วโลก
โตโยต้าระบุว่า ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกลดลง 23.8% สู่ระดับ 681,510 คัน ซึ่งรวมถึงรถยนต์ที่จำหน่ายโดยบริษัทในเครืออย่างไดฮัทสุ มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิต รถยต์ขนาดเล็ก และฮิโน่ มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถบรรทุก
แม้ว่าโรงงานของโตโยต้าในจีนเริ่มกลับมาดำเนินการเมื่อเดือนที่แล้ว แต่โรงงานในยุโรปและสหรัฐยังคงปิดการดำเนินงานตามมาตรการของรัฐบาลที่สั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน ส่วนยอดขายและยอดการผลิตในญี่ปุ่นปรับตัวลงเช่นกัน เนื่องจากแทบไม่มีลูกค้าเข้าเยี่ยมชมรถยนต์ที่สำนักงานขายของดีลเลอร์และโชว์รูม
เมื่อพิจารณาเป็นรายภูมิภาค ยอดขายรถยนต์ของโตโยต้าในภูมิภาคเอเชีย ไม่นับรวมญี่ปุ่น ร่วงลง 30.4% ในเดือน มี.ค.เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ระดับ 171,028 คัน ขณะที่ยอดขายในอเมริกาเหนือลดลง 37% แตะ 155,552 คัน
นอกจากนี้ โตโยต้ายังคาดการณ์ผลกำไรจากการดำเนินงานในปีงบการเงิน 2563 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน มี.ค.ปีหน้าว่า จะทรุดตัวลง 79.5% สู่ระดับ 5 แสนล้านเยน (4.65 พันล้านดอลลาร์) เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19
ขณะเดียวกัน ก็คาดการณ์ว่ายอดขายในปีงบการเงิน 2563 จะร่วงลง 14.9% สู่ระดับ 8.9 ล้านคัน และคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2563 จะลดลงสู่ระดับ 6.31 หมื่นล้านเยน จากระดับ 4.595 แสนล้านเยน
ส่วน ฮอนด้า มอเตอร์ เปิดเผยว่า กำไรสุทธิในปีงบการเงิน 2562 ร่วงลง 25.3% สู่ระดับ 4.5575 แสนล้านเยน (4.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้ฉุดอุปสงค์ทั่วโลกชะลอตัว และทำให้บริษัทต้องระงับการผลิตบางส่วน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานในปีงบการเงิน 2562 ลดลง 12.8% สู่ระดับ 6.3364 แสนล้านเยน จากยอดขาย 14.93 ล้านล้านเยน ลดลง 6.0%
ทั้งนี้ ฮอนด้าไม่ได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรสุทธิสำหรับปีงบการเงิน 2563 โดยอ้างถึงความไม่แน่นอนที่เกิดจากวิกฤติโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลก
ด้านมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ได้เผยแพร่รายงานปรับลดคาดการณ์ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปีนี้ลง 20% จากเดิมที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะลดลง 14% พร้อมทั้งคาดว่ายอดขายรถยนต์ในยุโรปและสหรัฐในปี 2563 จะร่วงลงอย่างรุนแรง 30% และ 25% ตามลำดับ ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในจีนจะลดลง 10% ในปีนี้
อย่างไรก็ตาม มูดี้ส์คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ทั่วโลกมีแนวโน้มจะฟื้นตัวขึ้น 11.5% ในปี 2564





