วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘วัคซีนออกซ์ฟอร์ด’ ความหวังอังกฤษสู้ COVID-19

“อังกฤษ” ถูกวิจารณ์หนักว่ารับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่สาเหตุโรคโควิด-19ได้ช้า ขาดแคลนอุปกรณ์เวชภัณฑ์มากมาย แต่พอมีข่าวดีให้ชื่นใจบ้างที่อังกฤษจะเริ่มทดลองวัคซีนกับมนุษย์แล้ว 

แมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ แถลงเมื่อวันอังคาร (21 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า วัคซีนป้องกันที่พัฒนาโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดจะเริ่มทดสอบกับคนในวันนี้ (23 เม.ย.) 

"ในเวลาปกติกว่าจะมาถึงขั้นนี้ได้ต้องใช้เวลาหลายปี ผมภาคภูมิใจกับผลงานมาก" รมว.สาธารณสุขกล่าวและว่าเขาจัดสรรงบประมาณ 20 ล้านปอนด์ให้กับนักวิทยาศาสตร์ออกซ์ฟอร์ด และให้งบเพิ่ม 22.5 ล้านปอนด์แก่นักวิจัยจากอิมพิเรียลคอลเลจลอนดอน

แต่ไม่วายย้ำว่าขั้นตอนนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน การพัฒนาวัคซีนเป็นเรื่องของการลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำอีก "นั่นคือธรรมชาติในการพัฒนาวัคซีน"

ข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ระบุว่า สหราชอาณาจักร มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่า 16,509 คน ผู้ติดเชื้อ 125,856 มากเป็นอันดับ 6 ของโลก

ปัจจุบันทั่วโลกพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ราว 70 ตัว แต่มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่กำลังทดสอบกับมนุษย์

คำถามยอดฮิต ณ ขณะนี้คือ.. เมื่อไหร่เราจะมีวัคซีน?

นักวิทยาศาสตร์คนดังที่ออกสื่อบ่อยๆ อย่าง แพทริก แวลแลนซ์ หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ สหราชอาณาจักร และ แอนโทนี เฟาซี หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ทำเนียบขาว บอกเสมอมาว่า ต้องใช้เวลา 12-18 เดือน ขณะที่ฝ่ายเห็นต่าง เช่น บริษัทที่แข่งกันทำวัคซีนชี้ว่า เร็วสุดเดือน มิ.ย.นี้โลกจะมีวัคซีนใช้

แล้วใครเป็นฝ่ายถูก? ..ก็ยังตอบยาก เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดบีบให้กระบวนการทุกขั้นตอนต้องเปลี่ยนแปลงไป

“ก็ขึ้นอยู่กับว่าการมีวัคซีนหมายถึงอะไรถ้าหมายถึงวัคซีนที่ใช้ในวงกว้าง ช่วยรักษาชีวิตของเราไว้ได้ก็น่าจะใช้เวลา 12-18 เดือน” แมเรียน เวนท์เวิร์ธ ประธานและซีอีโอ “แมเนจเมนท์ไซน์สฟอร์เฮลธ์” องค์กรไม่หวังผลกำไรในแมสซาชูเซตส์ ทำงานด้านระบบสาธารณสุขที่ยืดหยุ่น และจับตาเรื่องการพัฒนาวัคซีนมานานกล่าวกับเดอะการ์เดียน

แต่ถ้าหมายถึงวัคซีนทดลองที่ด้วยแล้วปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากพอใช้แบบจำกัด เช่น ใช้กับกลุ่มเสี่ยงอย่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ก็น่าจะพร้อมภายในไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน ตามกฎฉุกเฉินว่าด้วยการพัฒนาวัคซีนของสำนักงานอาหารและยาและองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ตามบริบทของการพัฒนาวัคซีนช่วงอีโบลาระบาดในแอฟริกาครั้งล่าสุด

โดยปกติวัคซีนถูกพัฒนาขึ้นในห้องทดลอง จากนั้นจึงนำมาทดสอบกับสัตว์ ถ้าปลอดภัยและสร้างภูมิคุ้มกันได้ในขั้นพรีคลินิกนี้จึงนำมาทดสอบกับมนุษย์ หรือที่เรียกว่า "การทดลองทางคลินิก" แบ่งเป็น 3 ระยะ แต่ละระยะใช้เวลาและจำนวนผู้ได้รับการทดลองมากกว่าในขั้นก่อนหน้า

ระยะที่ 1 เพื่อประเมินความปลอดภัย ทดสอบกับคนสุขภาพแข็งแรงกลุ่มเล็กๆ ดูความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกัน ส่วนระยะ 2 และระยะ 3 ทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีน ระหว่างนั้นก็ค่อยๆ ผลิตวัคซีนที่มีศักยภาพคู่ขนานกันไป เพื่อว่าเมื่อวัคซีนตัวนั้นได้รับอนุมัติโรงงานก็สามารถผลิตปริมาณมากได้ทันที

ในอดีตการนำวัคซีนใหม่มาทดลองทางคลินิกต้องใช้เวลา 10-20 ปี แต่ตอนนี้การทดลองใช้ตัวแบบรวดเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น โมเดอร์นา บริษัทไบโอเทคในบอสตันทดลองวัคซีนโควิด-19 กับมนุษย์เมื่อวันที่ 16 มี.ค.หรือเพียงแค่ 10 สัปดาห์หลังจากลำดับพันธุกรรมของไวรัสตัวนี้ถูกเผยแพร่เป็นครั้งแรก บริษัทอื่นๆ ก็ทำแบบเดียวกัน

บีท แคมป์แมน หัวหน้าศูนย์วัคซีน วิทยาลัยเวชศาสตร์เขตร้อนและสุขาภิบาลลอนดอนตอนนี้โลกได้วัคซีนทดลองเร็วมาก เนื่องจากเทคโนโลยีช่วง 5 ปีหลังก้าวหน้า

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคยังมีอีกมาก วัคซีนทดลอง 70 ตัวที่กำลังพัฒนาและทดสอบอาจไม่ได้รับใบอนุญาตก็ได้ ด้วยนวัตกรรมของโมเดอร์นาทำให้บริษัทผลิตวัคซีนทดลองได้เร็วก็จริง แต่ถึงปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนจากแพลตฟอร์มนี้ได้รับอนุมัติ

เมื่อวัคซีนได้รับใบอนุญาตแล้วก็ยังมีอุปสรรคทางการเมืองด้วย แต่ละประเทศจะต้องตัดสินใจด้วยตนเองในการนำไปใช้ รวมทั้งมีประเด็นเรื่องต้องนำไปใช้กับใครก่อนหากอุปทานมีจำกัด ซึ่งตอนนี้ทางการก็กำลังหารือกันอยู่

วัคซีนที่ได้รับอนุมัติภายใน 1 ปีนับจากนี้อาจได้ใช้หลังการแพร่ระบาดสิ้นสุดลงแล้ว แต่ก็ใช่จะเสียเวลาเปล่า เพราะโควิด-19 อาจเกิดขึ้นตามฤดูกาล และวัคซีนอาจถูกปรับไปใช้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าตัวอื่น 

เวนท์เวิร์ธยืนยันว่า นี่ไม่ใช่การปลอบประโลมเหยื่อของโควิด-19 หรือญาติๆ แต่หมายความว่าในอนาคตมนุษยชาติจะได้รับการคุ้มครองดีขึ้น