ดัชนีดาวโจนส์ และดัชนีเอสแอนด์พี500 ปิดตลาดวันจันทร์(13เม.ย.)ปรับตัวร่วงลง ส่วนดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวขึ้น ท่ามกลางความกังวลที่ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทชั้นนำ
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 328.6 จุด หรือ 1.39% ปิดที่ 23,390.77 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 28.19 จุด หรือ 1.01% ปิดที่ 2,761.63 จุดและดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวขึ้น 38.85 จุด หรือ 0.48% ปิดที่ 8,192.43 จุด
ราคาหุ้นของบริษัทฟอร์ดดิ่งลง 3% ในวันนี้ หลังบริษัทเตือนว่ารายได้ในไตรมาสแรกจะทรุดตัวลง 15.7% ขณะที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อยอดขาย และการผลิต
ฟอร์ดคาดการณ์ว่า บริษัทจะมีตัวเลขขาดทุนก่อนหักภาษีราว 600 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ในไตรมาสแรกจะอยู่ที่ระดับ 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 4.03 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ข้อมูลล่าสุด ระบุว่า สหรัฐมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 560,433 ราย และมีผู้เสียชีวิต 22,115 รายและขณะนี้สหรัฐติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้เสียชีวิต
รัฐนิวยอร์ก ถือเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐ โดยมีผู้ติดเชื้อสูงสุดในประเทศ จำนวน 189,415 ราย และเป็นจำนวนที่มากกว่าทุกประเทศในโลก
นอกจากนี้ รัฐนิวยอร์กยังมีผู้เสียชีวิตสูงสุดในสหรัฐ จำนวน 9,385 ราย
ด้านสมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอบีอี) เปิดเผยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ 45 รายระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยในระยะสั้นแล้ว และการว่างงานได้พุ่งสูงขึ้น แต่คาดว่าผู้บริโภคสหรัฐจะยังคงทำการใช้จ่ายต่อไป ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
นักเศรษฐศาสตร์ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวลง 26.5% ในไตรมาส 2 หลังจากที่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ลดลง 2.4% ในไตรมาสแรก ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นบวก โดยขยายตัว 2% ในไตรมาส 3 และ 5.8% ในไตรมาส 4


