วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘หวั่นไวรัสลาม-สงครามราคาน้ำมัน’ฉุดดาวโจนส์ดิ่งเหว 2,000 จุด

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (9มี.ค.)ทรุดตัวลงอย่างหนักกว่า 2,000 จุด ท่ามกลางปัจจัยลบคือการดิ่งลงของราคาน้ำมันดิบโลก และการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในสหรัฐ

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 2,013.76 จุด หรือ 7.79% ปิดที่ 23,851.02 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วง 225.81 จุด หรือ 7.60% ปิดที่ 2,746.56 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วง 624.94 จุด หรือ 7.29% ปิดที่ 7,950.68 จุด

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐ ร่วงลงวันเดียว10 ดอลลาร์ ถือเป็นการดิ่งลงมากที่สุด นับตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 2542 หลังซาอุดีอาระเบียและรัสเซียเริ่มทำสงครามราคาซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าอุปทานน้ำมันจะล้นตลาด และปัจจัยนี้ฉุดให้ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงถ่วงหุ้นวอลล์สตรีทร่วงอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ติดลบ 1,255 จุด หรือ 4.87% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดหุ้นวอลล์สตรีทวันนี้ ถือเป็นการติดลบแตะฟลอร์ของตลาด หลังจากที่สัญญาฟิวเจอร์ที่มีการซื้อขายที่ตลาด CME ทรุดตัวลง 5% ทำให้มีการเปิดใช้ระบบ circuit breaker เพื่อระงับการซื้อขายชั่วคราว ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ติดลบสูงสุด 1,255 จุดในวันนี้

ตามกฎระเบียบของวอลล์สตรีท จะมีการใช้ circuit breaker ใน 3 กรณี ดังนี้คือ 1. หากดัชนีเอสแอนด์พี 500 ติดลบ 7% (หรือติดลบ 208 จุดในวันนี้) จะมีการระงับการซื้อขายเป็นเวลา 15 นาที

2. หากดัชนีเอสแอนด์พี500 ติดลบ 13% (หรือติดลบ 386 จุดในวันนี้) จะมีการระงับการซื้อขายต่อไปอีก 15 นาที 3. หากดัชนีเอสแอนด์พี500 ติดลบ 20% (หรือติดลบ 594 จุดในวันนี้) จะมีการระงับการซื้อขายตลอดทั้งวัน

อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังไม่เคยบังคับใช้ circuit breaker ในระบบใหม่ดังกล่าว หลังจากที่มีการประกาศใช้ในเดือนก.พ.ปี 2556 โดยตลาดได้ทำการปรับปรุงระบบใหม่ เนื่องจากพบว่า circuit breaker ระบบเดิมไม่สามารถสกัดการทรุดตัวของตลาดหุ้นในเดือนพ.ค.2553 ได้

การทรุดตัวของดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ทำให้เกิดความวิตกกันว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะเผชิญกับเหตุการณ์แบล็คมันเดย์อีกครั้งในคืนนี้