หลังลือหนักว่า การเดินทางเยือนญี่ปุ่นของผู้นำจีนประธานาธิบดี สี จิ้นผิง อาจเลื่อน
อาจถูกเลื่อน แต่รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศยังยืนยันว่า ปธน.สี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนญี่ปุ่นตามกำหนดเดิม
นายโตชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ได้ร่วมประชุมกับนายหยาง เจียฉี หัวหน้านโยบายต่างประเทศของจีน เพื่อหารือเกี่ยวกับกำหนดการเดินทางเยือนญี่ปุ่นของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน
การประชุมครั้งนี้ มีขึ้นท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า ปธน.สี จิ้นผิง จะเลื่อนการเดินทางที่มีกำหนดในเดือนเม.ย.ออกไป เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ในจีนก่อน
นอกจากนี้ นายหยาง ซึ่งเป็นสมาชิกของกรมการเมืองคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน มีกำหนดเดินทางเข้าพบนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และ นายชิกุโระ คิตามูระ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของญี่ปุ่น
การเดินทางของผู้นำจีนครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ฟื้นพูความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคี หลังจากที่ทั้ง 2 ประเทศมีข้อขัดแย้งกันเกี่ยวกับหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกช่วงปี 2553
อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้รัฐบาลจีนมีภารกิจหลักคือการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งขณะนี้มีผู้ติดเชื้อ 78,824 ราย และเสียชีวิต 2,788 รายทั่วประเทศ ขณะที่ทางการจีนมีมติเลื่อนการประชุมสภาในสัปดาห์นี้
ก่อนหน้านี้ การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นและจีนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางเยือนญี่ปุ่นของปธน.สี จิ้นผิง ได้ถูกยกเลิกไปหลายรายการ ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่า การเดินทางเยือนญี่ปุ่นของผู้นำจีนอาจถูกเลื่อนไปด้วยเช่นกัน แม้ว่ารัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศยังยืนยันว่า ปธน.สี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนญี่ปุ่นตามกำหนดเดิม
ขณะที่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในหลายประเทศ เริ่มจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเม็กซิโก ที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ (28ก.พ.) ยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สองรายแรกในประเทศ คนหนึ่งเป็นชายในกรุงเม็กซิโกซิตี้ ที่เพิ่งเดินทางกลับจากอิตาลี อีกคน เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในรัฐสินาลัว ถือเป็นประเทศที่สองในแถบละตินอเมริกาที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รองจากบราซิลที่พบหนึ่งราย
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ยังพบผู้ติดเชื้อรายแรกเพิ่มอีกใน 5 ประเทศ ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน เบลารุส ลิธัวเนีย นิวซีแลนด์ และไนจีเรีย ทำให้เวลานี้ มีผู้ติดเชื้อแล้วใน 57 ประเทศทั่วโลก
ในกรณีของไนจีเรีย ถือเป็นผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายแรกในประเทศแถบทางใต้ของทะเลทรายซาฮารา และเป็นรายที่สามที่พบในทวีปแอฟริกา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปอิตาลี เช่นเดียวกับในรายที่พบในลิธัวเนีย
ส่วนกรณีของอาเซอร์ไบจาน เบลารุส และนิวซีแลนด์ ต่างเกี่ยวข้องกับผู้ที่เดินทางกลับมาจากอิหร่าน ทั้งยังพบผู้ติดเชื้อรายที่สองในเนเธอร์แลนด์เมื่อวันศุกร์ด้วย ซึ่งทั้งสองรายนี้ต่างเพิ่งเดินทางกลับมาจากอิตาลีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศจีนเริ่มลดลงแล้ว ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้กลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคณะกรรมการดานสาธารณสุขของจีน(เอ็นเอชซี) รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 327 รายในวันศุกร์ และเสียชีวิตเพิ่มอีก 44 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ต่ำที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน แต่ในเกาหลีใต้ มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 571 รายในวันศุกร์ ทำให้เวลานี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเกาหลีใต้แล้ว 2,337 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองแดกู ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกในวันศุกร์อยู่ที่เกือบ 84,000 คน เสียชีวิตเกือบ 2,900 คน
บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดทั้งจีนและต่างชาติ ต่างประเมินว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน น่าจะทุเลาลงในเดือนเม.ย.-พ.ค. แต่ถึงแม้การระบาดจะทุเลาลงก็ไม่ได้หมายความว่า สถานการณ์จะดีขึ้นทันทีทันใด แม้แต่การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติของจีน ที่เป็นงานสำคัญในเดือนมี.ค.ยังถูกเลื่อนออกไป
ทั้งญี่ปุ่นและจีน ต่างงดเว้นงานชุมนุมที่มีผู้คนจำนวนมาก เพื่อป้องกันโรคโควิด-19ระบาด
ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่น แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า รัฐบาลจะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ และประเทศเพื่อนบ้านทั้งจีน เกาหลีใต้ และรัสเซีย พร้อมทั้งกล่าวว่า การขยายอิทธิพลอย่างสันติของจีน เป็นประโยชน์ต่อทั้งโลกและญี่ปุ่น ส่วนเกาหลีใต้ก็เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น เนื่องจากมีผลประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์ร่วมกัน
ท่าทีของอาเบะ เกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่คลายความตึงเครียดลงอย่างชัดเจนระหว่างญี่ปุ่นและชาติเพื่อนบ้าน โดยก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเพิ่งยอมขอโทษและตั้งกองทุนจ่ายเงินชดเชยให้หญิงบำเรอสงครามชาวเกาหลีใต้ ขณะที่ความสัมพันธ์กับจีนยังคงตึงเครียด แต่อยู่ในสถานะดีกว่าช่วงหลังจากนายอาเบะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ เมื่อปี 2555
อย่างไรก็ตาม ในอนาคต สถานการณ์โลกย่อมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ผลประโยชน์และชะตากรรมของประเทศต่างๆ จะผสมผสานกันอย่างลึกซึ้ง ในขณะที่ จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ซึ่งมีความรับผิดชอบสำคัญต่อสันติภาพและเสถียรภาพของเอเชีย ดังนั้น ทั้ง3ประเทศควรร่วมกันรักษาการค้าเสรีและลัทธิพหุภาคี แสวงหาชัยชนะร่วมด้วยความร่วมมือ แก้ข้อขัดแย้งด้วยการเจรจา อุทิศกำลังใหม่เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของทั้ง 3 ประเทศและในภูมิภาค ตลอดจนเพิ่มพลังที่เข้มแข็งให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจของโลก





