วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ข่าวจีนพัฒนายาต้านไวรัสสำเร็จ หนุนดาวโจนส์พุ่งเกือบ 500 จุด

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ (5ก.พ.) ทะยานเกือบ 500 จุด เหตุนักลงทุนเฮรับข่าวพบยาต้านไวรัสโคโรน่า และ‘ทรัมป์’ รอดถูกถอดถอนในทุกญัตติ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น483.22 จุด หรือ 1.68% ปิดที่ 29,290.85 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 37.1 จุดหรือ 1.13% ปิดที่ 3,334.69 จุดและดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 40.71 จุด หรือ 0.43% ปิดที่ 9,508.68 จุด

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ฉางเจียงของจีน รายงานว่า ทีมคณะนักวิจัยของศาสตราจารย์หลี่ หลานจวน จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของจีนในการคิดค้นยาต้านไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ได้ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ในการวิจัยดังกล่าว ซึ่งศาสตราจารย์หลี่ กล่าวว่า ผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่า ยา Abidol และ Darunavir สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพในการทดสอบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในระดับเซลล์

ขณะนี้ศาสตราจารย์หลี่ ได้นำบุคลากรทางการแพทย์จากมณฑลเจ้อเจียงไปยังมณฑลหูเป่ย์แล้ว โดยหวังที่จะพัฒนาการรักษาอย่างฉุกเฉินต่อผู้ติดเชื้อรายใหม่ศาสตราจารย์หลี่ยังระบุว่า ยา Kelizhi ที่ใช้ต้านไวรัส HIV ไม่มีประสิทธิภาพมากนักในการต้านไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ และมักทำให้เกิดอาการข้างเคียง

ศาสตราจารย์หลี่ แนะนำให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (เอ็นเอชซี) นำยา Abidol และ Darunavir เข้าไปในโครงการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

ด้านนายเฉิน ซัวปิง ซึ่งเป็นนักวิจัยในทีมของศาสตราจารย์หลี่ กล่าวว่า ขณะนี้มณฑลเจ้อเจียงมีการใช้ยาสองตัวดังกล่าวในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ และจะมีการใช้ยาดังกล่าวทดแทนยาที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าต่อไป แต่นายเฉิน ก็แนะนำว่า ผู้ที่จะใช้ยา Abidol และ Darunavir ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวสกายนิวส์ รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์อังกฤษจากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ประสบความสำเร็จในการคิดค้นวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ โดยสามารถร่นระยะเวลาในการพัฒนาวัคซีนจากเดิมที่ต้องใช้เวลา 2-3 ปี เหลือเพียง 14 วัน

นอกจากนี้ วุฒิสภาสหรัฐ ที่พรรคพรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมาก ลงมติว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์​ไม่มีความผิด ในญัตติขอถอดถอนผู้นำสหรัฐที่สภาสูงรับพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการลงมติของวุฒิสภาในครั้งนี้ ถือเป็นการปิดฉากขั้นตอนขอถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการด้วยการไต่สวนผู้เกี่ยวข้องเมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว

วุฒิสภาสหรัฐ ยังมีมติ 52 ต่อ 48 เสียง โหวตให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่มีความผิดในญัตติแรก คือ การใช้อำนาจในทางที่ผิด และมีมติ 53 เสียง ต่อ 47 เสียง ว่าผู้นำสหรัฐ ไม่มีความผิดในข้อหาข้อหาขัดขวางการทำงานของสภา

กระบวนการขอถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งเป้าไปที่เรื่องที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ขอให้ประธานาธิบดียูเครนตรวจสอบคู่แข่ง