ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร(4ก.พ.)ทะยานกว่า 400 จุด ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังธนาคารกลางจีนอัดฉีดเงิน 4 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงิน และเตรียมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 407.82 จุด หรือ 1.44% ปิดที่ 28,807.63 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 48.67 จุด หรือ 1.80% ปิดที่ 3,297.59 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 194.57 จุด
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ธนาคารกลางจีนเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (LPR) ในวันที่ 20 ก.พ. นี้ รวมทั้งจะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
“ขณะนี้ ธนาคารกลางใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย และจะดำเนินการทีละขั้นตอน ขณะที่จะจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว” แหล่งข่าว ระบุ
ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเงิน 4 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินในวันนี้ นอกเหนือจากที่ได้อัดฉีด 1.2 ล้านล้านหยวนผ่านทางข้อตกลง reverse repo เมื่อวันก่อน
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสภาคองเกรส ตามคำเชิญของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ โดยปธน.ทรัมป์จะกล่าวสุนทรพจน์ในคืนวันอังคาร เวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งตรงกับช่วงเช้าวันนี้ เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย ในหัวข้อ`The Great American Comeback`
ถือเป็นการแถลงนโยบายของทรัมป์ต่อวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเป็นครั้งที่ 3 และได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ต่อชาวสหรัฐทั่วประเทศ ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นจะออกอากาศสดทั่วโลก
ทั้งนี้ คาดว่าปธน.ทรัมป์ จะเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความสำเร็จ และผลงานของรัฐบาลสหรัฐในปีที่แล้ว โดยจะกล่าวถึงการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐ การทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีน รวมทั้งข้อตกลงการค้ายูเอสเอ็มซีเอกับเม็กซิโกและแคนาดา พร้อมกับกล่าวถึงสิ่งที่จะดำเนินการต่อไปในช่วงเวลาที่เหลือของการดำรงตำแหน่งของเขาในปีนี้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.


