สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพุธ(10ก.ค.)ปรับตัวขึ้น 4.5% หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้วและเกิดพายุในอ่าวเม็กซิโก
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนส.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 2.60 ดอลลาร์ หรือ 4.5% ปิดที่ราคา 60.43 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 2.88 ดอลลาร์ หรือ 4.49% ปิดที่ราคา 67.04 ดอลลาร์/บาร์เรล
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐดิ่งลง 9.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 2.1 ล้านบาร์เรล ด้านสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 8.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว
อีไอเอ ยังเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 400,000 บาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 3.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากพายุที่เตรียมพัดถล่มอ่าวเม็กซิโก ส่งผลให้มีการอพยพพนักงานออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมันในบริเวณดังกล่าว
นอกจากนี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังเป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน โดยสหรัฐเตรียมจัดตั้งพันธมิตรด้านการทหารเพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือบริเวณอ่าวเปอร์เซีย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น ภายหลังเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมานเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลสหรัฐกล่าวหาว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แต่อิหร่านได้ปฎิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว





