วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ทรุดกว่า 300 จุดหลัง“ทรัมป์”เปิดศึกการค้ารอบด้าน

ด้านกระทรวงพาณิชย์จีน แถลงว่า จะจัดทำรายชื่อบริษัทต่างชาติ, องค์กร และบุคคล ซึ่งทางกระทรวงมองว่าไม่น่าเชื่อถือ และเป็นภัยต่อบริษัทของจีน แต่กระทรวงไม่ได้ระบุชื่อประเทศ หรือบริษัทใดๆในแถลงการณ์ดังกล่าว

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (31พ.ค.)ปรับตัวลงกว่า 300 จุด ขณะที่นักลงทุนวิตกต่อการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก ท่ามกลางการทำสงครามการค้ากับจีน ซึ่งอาจจะส่งผลให้สหรัฐเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 354.84 จุด หรือ 1.41% ปิดที่ 24,815.04 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 36.8 จุด หรือ 1.32% ปิดที่ 2,752.06 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลบ 114.57 จุดหรือ 1.51% ปิดที่ 7,453.15 จุด

หุ้นบริษัทเจเนรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ร่วงลง 4% ขณะที่หุ้นบริษัทฟอร์ดดิ่งลง 3.3% โดยบริษัททั้งสองต่างก็มีโรงงานผลิตรถยนต์ในเม็กซิโก ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ

ปธน.ทรัมป์ สร้างความตื่นตระหนกต่อตลาดด้วยการประกาศจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมดจากเม็กซิโกในอัตรา 5% ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. โดยปธน.ทรัมป์มีเป้าหมายที่จะกดดันให้รัฐบาลเม็กซิโกสกัดการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมายที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐ

"ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกทุกประเภท ในอัตรา 5% จนกว่าการหลั่งไหลของผู้อพยพจากเม็กซิโกที่เดินทางเข้ามาในสหรัฐจะสิ้นสุดลง” ปธน.ทรัมป์ระบุ

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังเตือนว่า สหรัฐจะเพิ่มภาษีนำเข้าขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมายจากเม็กซิโกจะได้รับการแก้ไข

นอกจากนี้  สหรัฐ ยังเผชิญข้อพิพาททางการค้าจากจีน ขณะที่สื่อรายงานว่า จีนได้ระงับการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐแล้ว และอาจระงับการส่งออกแร่หายากไปยังสหรัฐ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงขึ้น

นายจาง หานฮุย รมช.ต่างประเทศจีน กล่าวว่า การยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางการค้าเปรียบเสมือนการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ

“เราต่อต้านการทำสงครามการค้า แต่ก็ไม่กลัวการทำสงครามการค้า ซึ่งการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางการค้าเปรียบเสมือนการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ เป็นการบ่อนทำลาย และข่มเหงรังแกทางเศรษฐกิจ” นายจางกล่าว