ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดวันจันทร์ (1เม.ย.)ปรับตัวลงเพราะผลพวงการแข็งค่าของดอลลาร์ หลังการเปิดเผยภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐและจีนรวมทั้งความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 4.30 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ราคา 1,294.20 ดอลลาร์/ออนซ์
ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จะลดความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น โดยดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในช่วงบนของกรอบ 110 เยน ขณะที่นักลงทุนเพิ่มการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ขานรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและจีน รวมทั้งความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 50.8 ในเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.9 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นหลังจากที่หดตัวติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน
ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ไอเอสเอ็ม) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 55.3 ในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.5 หลังจากแตะระดับ 54.2 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2559 ซึ่งการปรับตัวขึ้นของดัชนีไอเอสเอ็มได้รับผลบวกจากการดีดตัวของคำสั่งซื้อใหม่, การผลิต และการจ้างงาน
ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐพุ่งขึ้น 1.0% ในเดือนก.พ. แตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 หลังจากทะยานขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างจะลดลง 0.2% ในเดือนก.พ.และเมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนก.พ.
ส่วนคณะรัฐมนตรีจีน เปิดเผยว่า ทางการจีนจะขยายระยะเวลาในการระงับการจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มเติมจากสหรัฐหลังวันที่ 1 เม.ย. หลังจากที่สหรัฐตัดสินใจชะลอการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีในการเจรจาการค้าระหว่าง 2 ฝ่าย พร้อมระบุว่า นับเป็นสัญญาณที่ดีที่สหรัฐตัดสินใจชะลอการขึ้นภาษี และดำเนินการตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย เพื่อสนับสนุนการเจรจาการค้าในระดับทวิภาคี


