สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันศุกร์ (8มี.ค.)ทรุดตัวลง 1% หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ซบเซาของสหรัฐ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 66 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดตลาดที่ 56.00 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 54 เซนต์ หรือเกือบ 1% ปิดตลาดที่ราคา 65.76 ดอลลาร์/บาร์เรล
กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 20,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2560 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 180,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานร่วงลงสู่ระดับ 3.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 3.9%
นักลงทุนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนในปีนี้ สู่ระดับ 1.1% จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนธ.ค.ปีที่แล้วว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 1.7% เพราะความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ ภัยคุกคามจากมาตรการกีดกันทางการค้า และความเปราะบางของตลาดเกิดใหม่ ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการส่งออกของจีนที่ทรุดตัวลง 20.7% ในเดือนก.พ. รวมทั้งข่าวที่ว่า กองทุนความมั่งคั่งขนาดใหญ่ที่สุดของโลกประกาศขายหุ้นกลุ่มสำรวจ-ผลิตปิโตรเลียม
รัฐบาลนอร์เวย์ระบุว่า กองทุนความมั่งคั่งของนอร์เวย์ จะทำการเทขายหุ้นในกลุ่มบริษัทสำรวจ-ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในพอร์ท แต่บริษัทที่ลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานครบวงจร ซึ่งมีโรงกลั่น และอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น บริษัทรอยัล ดัชท์ เชลล์ และเอ็กซอน โมบิล จะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ทั้งนี้ กองทุนความมั่งคั่งของนอร์เวย์จะขายหุ้นมูลค่า 7.5 พันล้านดอลลาร์ในบริษัทพลังงานจำนวน 134 แห่ง ซึ่งรวมถึง Cairn Energy, Tullow Oil และ Premier Oil
กองทุนความมั่งคั่งของนอร์เวย์ นับเป็นกองทุนบริหารความมั่งคั่งของรัฐบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมากถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์
รัฐบาลนอร์เวย์ระบุว่า การขายหุ้นดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงของทางกองทุนต่อการดิ่งลงของราคาน้ำมัน





