นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกในวันที่ 17-18 เม.ย.นี้ เพื่อดูสัญญาณการปรับลดกำลังการผลิตของโอเปกและประเทศพันธมิตรในช่วงครึ่งปีหลัง
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันจันทร์ (25ก.พ.)ดิ่งลงต่อเนื่อง ล่าสุดทรุดตัวกว่า 3% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า เขามีความกังวลเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน และได้เรียกร้องให้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ระงับการปรับขึ้นราคาน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ปรับตัวลง 1.78 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ราคา 55.48 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 2.36 ดอลลาร์ หรือ 3.5% ปิดตลาดที่ราคา 64.76 ดอลลาร์/บาร์เรล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความว่า “ราคาน้ำมันกำลังพุ่งสูงเกินไป โอเปกกรุณาผ่อนคลายราคาน้ำมัน เพราะโลกไม่สามารถรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น”
ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นในช่วงแรก ขานรับการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก และการที่สหรัฐคว่ำบาตรเวเนซุเอลา และอิหร่าน ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำมันตึงตัวในตลาด
ทั้งนี้ การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของโอเปกได้ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 20% ในปีนี้
การผลิตน้ำมันของโอเปกลดลง 797,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 30.806 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนม.ค. ซึ่งเทียบเท่ากับการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตราว 86%
ด้านซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้นำในการปรับลดการผลิตของโอเปก ประกาศว่าจะลดการผลิตสู่ระดับ 9.8 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนหน้า โดยลดลงมากกว่า 500,000 บาร์เรล/วันจากที่มีการสัญญาไว้ในช่วงแรก
เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว โอเปกและกลุ่มประเทศนอกโอเปก นำโดยรัสเซีย เห็นพ้องกันที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.2 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ เพื่อป้องกันการทรุดตัวของราคาน้ำมัน





