วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นหนุนดาวโจนส์ปิดบวก

นอกจากนี้ยังคาดการณ์กันว่า ปธน.ทรัมป์จะประกาศรายชื่อประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างเขาและนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นประเทศเวียดนาม รวมทั้งจะกล่าวถึงวิกฤตการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในเวเนซุเอลาขณะนี้

ตลาดหุ้นวอลสตรีท ปิดตลาดวันจันทร์ (4ก.พ.)ปรับตัวขึ้นจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่ปิดตลาดปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า โดยเฉพาะหุ้นบริษัทไมโครซอฟต์ คอร์ปและหุ้นบริษัทแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ที่ปรับตัวขึ้น 2.7% ประกอบกับนักลงทุนในตลาดคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 175.48 จุด หรือ 0.7 % ปิดที่ 25,239.37 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 เพิ่มขึ้น 18.34 จุด หรือ 0.68% ปิดที่ 2,724.87 จุด และดัชนีแนสแด็ก บวก 83.67 จุดหรือ 1.15% ปิดที่ 7,347.54 จุด

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะกล่าวแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในเวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าวันพุธเวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย ถือเป็นการแถลงนโยบายต่อวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ต่อชาวสหรัฐทั่วประเทศ ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นจะออกอากาศสดทั่วโลกเช่นกัน

การกล่าวแถลงการณ์ของปธน.ทรัมป์ เป็นไปตามคำเชิญของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นางเพโลซี ได้เชิญปธน.ทรัมป์ให้ขึ้นกล่าวนโยบายประจำปีในวันที่ 29 ม.ค. แต่ต่อมาได้ขอให้เลื่อนออกไป โดยระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากหน่วยงานของรัฐบาลที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการแถลงนโยบายประจำปี ถูกปิดทำการชั่วคราวเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ หรือชัตดาวน์

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปธน.ทรัมป์ จะเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความสำเร็จ และผลงานของรัฐบาลในปีที่แล้ว พร้อมกับจะกล่าวถึงสิ่งที่เขาจะดำเนินการต่อไปในอีก 2 ปีที่เหลือของการดำรงตำแหน่งโดยจะมีการกล่าวเน้นหนักในเสาหลัก 5 ประการ คือ วิสัยทัศน์ของการมีระบบการตรวจคนเข้าเมืองที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย การปกป้องแรงงานสหรัฐที่ได้รับผลกระทบจากการทำข้อตกลงการค้าที่ไม่เป็นธรรม การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การปรับลดราคายา และต้นทุนการรักษาสุขภาพ รวมทั้งการใช้ความพยายามในด้านการทูตและการทหารในการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐ