กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ออกประกาศเตือนชาวอเมริกัน เกี่ยวกับการเดินทางไปยังประเทศจีน โดยระบุว่า ชาวอเมริกันจะต้องเพิ่มความระมัดระวังขณะที่อยู่ในจีน จากการบังคับใช้กฎหมายท้องถิ่น รวมทั้งมีการกำหนดข้อจำกัดเป็นพิเศษต่อผู้ที่ถือสัญชาติสหรัฐ-จีน
ประกาศเตือนเรื่องการเดินทางครั้งล่าสุดนี้ ยังคงอยู่ที่ระดับ 2 เช่นเดียวกับครั้งก่อน แต่ระบุเพิ่มเกี่ยวกับการตรวจค้นอย่างเข้มข้น และการที่มีตำรวจประจำการเพิ่มขึ้นในมณฑลซินเจียงและธิเบต
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ยังระบุว่า ทางการจีน มีการบังคับใช้คำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศสำหรับชาวอเมริกันมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเดินทางออกจากจีน โดยคำสั่งดังกล่าว จะเป็นการบังคับให้ชาวอเมริกันให้ความร่วมมือกับรัฐบาลจีนในการสอบสวนเรื่องต่างๆ ซึ่งชาวอเมริกันที่อยู่ภายใต้คำสั่งดังกล่าวมักถูกทางการจีนละเมิดสิทธิ และข่มขู่
คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่จีนได้จับกุมชาวแคนาดาสองคน คือนายไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตและที่ปรึกษาของบริษัทวิจัยข้อมูลอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป(ไอซีจี) และนายไมเคิล สเปเวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดาในฐานะที่ทั้งสองคนเป็นผู้ต้องสงสัยว่าคุกคามความมั่นคงของจีน
ความตึงเครียดระหว่างจีนและแคนาดาเพิ่มขึ้นหลังจากที่ตำรวจแคนาดาจับกุม เมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการเงินบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีน เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ปีที่แล้วในข้อหาละเมิดมาตรการลงโทษอิหร่าน โดยศาลแคนาดาอนุญาตให้ประกันตัวเธอเมื่อปลายเดือนที่แล้ว
ขณะที่รัฐบาลสหรัฐ กำลังเดินเรื่องขอให้แคนาดาส่งตัวเธอมาดำเนินคดีในอเมริกา เนื่องจากรัฐบาลอเมริกันกล่าวหา นางเมิ่ง ว่าปกปิดความเชื่อมโยงของหัวเว่ยกับบริษัทฮ่องกงชื่อสกายคอม ที่ขายอุปกรณ์เทคโนโลยีอเมริกันให้กับอิหร่าน





