ขณะนักลงทุนจับตาใกล้ชิดรัฐบาลสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ปิดตลาดวันจันทร์ (6ส.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 52 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดตลาดที่ราคา 69.01 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 45 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ราคา 73.66 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ระบุว่า ซาอุดิอาระเบียได้ลดการผลิตน้ำมันดิบลง 200,000 บาร์เรลในเดือนก.ค. สู่ระดับ 10.29 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งการลดกำลังการผลิตดังกล่าว สวนทางกับที่ซาอุดิอาระเบียเคยให้คำมั่นสัญญาในเดือนมิ.ย.ว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนก.ค. เพื่อรับประกันปริมาณน้ำมันที่เพียงพอในตลาด
ด้านเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนลดลง 2 แท่น สู่ระดับ 859 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว โดยแท่นขุดเจาะน้ำมันมีจำนวนลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ในรอบ 3 สัปดาห์
ขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐจะรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรต่อภาคการเงินและอุตสาหกรรมของอิหร่าน โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันนี้ เพื่อสกัดกั้นรัฐบาลอิหร่านไม่ให้เข้าซื้อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำธุรกรรมในสกุลริอัลในบัญชีธนาคารระหว่างประเทศ หรือออกพันธบัตร ทำธุรกรรมซื้อขายทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ รวมถึงถ่านหิน อลูมินัม และเหล็กสำหรับการผลิตในภาคอุตสาหกรรม และการผลิตรถยนต์ ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านได้ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้ หลังจากที่อิหร่าน บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับมหาอำนาจทั้ง 6 ชาติในปี 2558 เพื่อแลกเปลี่ยนกับการยกเลิกโครงการนิวเคลียร์





