วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พิพาทการค้าสหรัฐ-ยุโรปคลี่คลายหนุนดาวโจนส์ปิดบวก

นอกจากนี้ นายยุงเกอร์ยังกล่าวว่า สหรัฐ และอียูควรมุ่งเน้นในเรื่องการลดภาษีนำเข้า ไม่ใช่มุ่งแต่จะปรับเพิ่มภาษีดังกล่าว

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดวันพุธ (25ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (อียู) จะซื้อถั่วเหลือง และก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) จากสหรัฐเพิ่มขึ้น พร้อมระบุว่า สหรัฐ และอียูกำลังร่วมมือกันเพื่อที่จะยุติการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่นับรวมสินค้ากลุ่มรถยนต์

ดัชนีดาวโจนส์  ปรับตัวขึ้น 172.16 จุดหรือ 0.68% ปิดที่ 25,414.1 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500  เพิ่มขึ้น 25.67 จุดหรือ 0.91% ปิดที่ 2,846.07 จุดและดัชนีแนสแด็ก บวก 91.47 จุดหรือ 1.17% ปิดที่ 7,932.24 จุด

สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในระหว่างการประชุมร่วมกับนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ โดยทรัมป์กล่าวว่า เขาคาดหวังที่จะทำข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) อย่างเป็นธรรมและได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน

ด้านนายยุงเกอร์กล่าวว่า สหรัฐ และอียูเป็นพันธมิตร ไม่ใช่ศัตรู และทั้งสองฝ่ายซึ่งมีสัดส่วนการค้ารวมกันสูงถึงครึ่งหนึ่งของมูลค่าการค้าโลกนั้น ต้องร่วมมือกันเพื่อลดความตึงเครียดทางการค้า