วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ้างงานนอกภาคเกษตรแกร่งหนุนดาวโจนส์ปิดบวก

ขณะที่การชะลอตัวของตัวเลขค่าจ้างบ่งชี้ถึงเงินเฟ้อในระดับต่ำ ซึ่งจะทำให้เฟดไม่ต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (6 ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น 99.74 จุดหรือ 0.41 % ปิดที่ 24,456.48 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500  เพิ่มขึ้น 23.21 จุดหรือ 0.85% ปิดที่ 2,759.82 จุด และดัชนีแนสแด็ก บวก 101.96 จุดหรือ 1.34 % ปิดที่ 7,688.39 จุด

กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในเดือนมิ.ย. โดยเพิ่มขึ้น 213,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 195,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.0% โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 3.8%

ขณะที่ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 5 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.2% จากระดับ 0.3% ในเดือนพ.ค. และเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี โดยต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ระดับ 2.8% จากระดับ 2.7% ในเดือนพ.ค.ซึ่งตัวเลขค่าจ้างต่อชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งการชะลอตัวของค่าจ้างในเดือนมิ.ย.ทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐ ยังทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขการจ้างงานในเดือนพ.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 244,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่ง และทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขจ้างงานในเดือนเม.ย. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 175,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 159,000 ตำแหน่ง

กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า ในเดือนมิ.ย. ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 202,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐจ้างงานเพิ่มขึ้น 11,000 ตำแหน่ง ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งแสดงสัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมด เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 62.9% จากระดับ 62.7% ในเดือนพ.ค.

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนไม่ได้กดดันตลาดในวันนี้แต่อย่างใด แม้ว่าสหรัฐ จะเรียกเก็บภาษี 25% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีนจำนวนมากกว่า 800 รายการ คิดเป็นมูลค่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ และจีนตอบโต้ด้วยการเก็บภาษี 25% สำหรับสินค้านำเข้าจากสหรัฐในวงเงินที่เท่ากัน