วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ปิดร่วงกว่า100 จุด

ขณะนักลงทุนยังไม่คลายกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-ประเทศคู่ค้า

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 165.52 จุดหรือ 0.68% เป็น 24,117.59 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลบ 23.43 จุดหรือ 0.86% ปิดที่ 2,699.63 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วง 116.54  จุดหรือ 1.54% ปิดที่ 7,445.09 จุด

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้ตามราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น ขณะที่หุ้นเชฟรอนทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก

เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งกล่าวว่า ทำเนียบขาวจะไม่ใช้มาตรการสกัดกั้นบริษัทที่มีชาวจีนถือหุ้นมากกว่า 25% เข้าซื้อบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐจะมอบหมายให้คณะกรรมการการลงทุนของต่างประเทศในสหรัฐ (ซีเอฟไอยูเอส) เป็นผู้ดูแลกรณีที่บริษัทต่างชาติมีความต้องการซื้อกิจการของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐที่มีความอ่อนไหว

มาตรการที่เจ้าหน้าที่รายนี้เปิดเผยถือว่าไม่เข้มงวดเหมือนกับข่าวที่มีการเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเกิดสงครามการค้าที่ลุกลามออกไป

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 0.6% ในเดือนพ.ค. หลังจากปรับตัวลง 1.0% ในเดือนเม.ย. ซึ่งการร่วงลงของยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของคำสั่งซื้อเครื่องบิน และรถยนต์

ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ ลดลง 0.2% ในเดือนพ.ค. โดยสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% หลังจากพุ่งขึ้น 2.3% ในเดือนเม.ย. และเมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานดีดตัวขึ้น 6.8% ในเดือนพ.ค.

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค. ขณะที่สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.4%

นอกจากนี้ กระทรวงระบุว่า สหรัฐขาดดุลการค้าลดลง 3.7% สู่ระดับ 6.48 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. เนื่องจากตัวเลขส่งออกได้พุ่งขึ้นมากกว่าการเพิ่มขึ้นของตัวเลขนำเข้า