ขณะตลาดจับตาสงครามการค้าและการประชุมเฟด
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร (5มิ.ย.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวลง 13.71 จุดหรือ 0.06% ปิดที่ 24,799.98 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 1.93 จุดหรือ 0.07% ปิดที่ 2,748.8 จุดและดัชนีแนสแด็กบวก 31.40 จุดหรือ 0.41% ปิดที่ 7,637.86 จุด
ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกติดต่อกัน 2 วันทำการเมื่อวันศุกร์และวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่พุ่งขึ้นเกือบ 200 จุด โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงหุ้นแอ๊ปเปิ้ลที่ได้รับแรงซื้ออย่างคึกคัก หลังจากบริษัทประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS 12 ในงานประชุมผู้พัฒนาทั่วโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูดีซี) ซึ่งแอ๊ปเปิ้ลจัดขึ้น นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาดในเดือนพ.ค.
นักลงทุนจับตาข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า เช่น สหภาพยุโรป (อียู) แคนาดา และเม็กซิโก หลังจากที่สหรัฐ ประกาศเรียกเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ประเทศคู่ค้าเหล่านี้ ประกาศมาตรการตอบโต้เช่นกัน ส่วนการเจรจาการค้ารอบที่ 3 ระหว่างสหรัฐและจีน ที่จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายยังคงไม่ได้ข้อยุติแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงเกาะติดการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนาย คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 มิ.ย. เพื่อดูว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือได้หรือไม่
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 12-13 มิ.ย.นี้ โดยคาดว่าเฟด จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ในการประชุมดังกล่าว หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่ง และการพุ่งขึ้นของค่าจ้างแรงงาน
กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในเดือนพ.ค. โดยเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 188,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2543 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 3.9%





