วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัญหาอิหร่านฉุดราคาน้ำมันดิบร่วงเกือบ2%

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันอังคาร (1พ.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวลงเกือบ 2% เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและตลาดรอดูการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันอิหร่านหรือไม่

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมิ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์  1.32 ดอลลาร์หรือ 1.9%  ปิดที่ 67.25 ดอลลาร์/บาร์เรล  ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 1.46 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดตลาดที่ราคา 73.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 0.4% แตะ 1.2036 ดอลลาร์/ยูโร ซึ่งทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงน้ำมัน มีราคาที่น่าดึงดูดใจลดน้อยลงสำหรับผู้ที่ถือครองเงินสกุลอื่นๆ

ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หลังจากที่ปรับตัวขึ้นวานนี้ เพราะได้รับแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่า ผู้นำอิสราเอลได้เปิดเผยเอกสารจำนวนมากที่พิสูจน์ว่าอิหร่านกำลังดำเนินการโครงการลับเพื่อสร้างอาวุธนิวเคลียร์

ขณะที่นักลงทุนจับตาท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีเวลาจนถึงวันที่ 12 พ.ค.ในการตัดสินใจว่าจะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ชาติมหาอำนาจทำไว้กับอิหร่านหรือไม่ โดยข้อตกลงฉบับนี้เกิดจากลงนามในปี 2558 ระหว่างอิหร่าน และกลุ่มประเทศ P5+1 ได้แก่ จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐ และเยอรมนี ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้ P5+1 ผ่อนปรนการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ในขณะที่อิหร่านจะต้องระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

หากปธน.ทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน จะปูทางให้สหรัฐทำการคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่ ซึ่งจะทำให้อิหร่านไม่สามารถส่งออกน้ำมันสู่ตลาด และจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สหรัฐนำเข้าน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศโอเปกลดลง 9.8% ในเดือนก.พ. มาอยู่ที่ 2.43 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2558