เหตุนักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นพุ่งแรง
สัญญาทองคำล่วงหน้าตลาดนิวยอร์ก ปิดตลาดวันอังคาร (17 เม.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นติดต่อกัน 2 วันทำการ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแข็งแกร่ง นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังส่งผลให้สัญญาทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลงด้วย
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.2 ดอลลาร์ หรือ 0.09% ปิดที่ 1,349.5 ดอลลาร์/ออนซ์
นักลงทุนเทขายทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่นหุ้น หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนนี้ เนื่องมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน และจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ซีเรีย หลังการโจมตีซีเรียของสหรัฐและชาติพันธมิตร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ได้ก่อให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐและรัสเซีย เนื่องจากเป็นการโจมตีในขอบเขตจำกัดที่มีการกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเช่นกัน โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานเมื่อวานนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมี.ค. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.319 ล้านยูนิต ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.262 ล้านยูนิต
นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.11% แตะระดับ 89.526 เมื่อคืนนี้
ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่า จะลดความน่าดึงดูดของสัญญาทองคำ โดยทำให้สัญญามีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น





