วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบปิดร่วง

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพุธ (4เม.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง 14 เซนต์ หลังถูกกดดันจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งอาจกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 14 เซนต์  ปิดที่ราคา 63.37 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 5 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 68.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เมื่อวานนี้ กระทรวงการคลังจีน ได้เปิดเผยรายการสินค้าของสหรัฐที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประกอบด้วยสินค้า 106 รายการใน 14 หมวดสินค้า รวมถึงถั่วเหลือง รถยนต์ เครื่องบิน อาวุธยุทโธปกรณ์ และเคมีภัณฑ์ โดยรัฐบาลจีนจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐในอัตรา 25% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับที่สหรัฐเรียกเก็บจากจีน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ได้เปิดเผยรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า คิดเป็นวงเงินรวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายที่จะบีบให้จีนผ่อนปรนกฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุน

ขณะเดียวกัน การที่รัสเซียเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนมี.ค.ก็เป็นปัจจัยลบต่อตลาด โดยรัสเซีย เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนมี.ค.สู่ระดับ 10.97 ล้านบาร์เรล/วัน จากระดับ 10.95 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนก.พ.

นักลงทุนกังวลว่าการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของรัสเซียบ่งชี้ว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะลดความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิต

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันไม่สามารถดีดตัวขึ้น แม้สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐร่วงลงสวนทางคาดการณ์ในสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ สต็อกน้ำมันดิบลดลง 4.6 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 246,000 บาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล

ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 537,000 บาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล

สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.7 ล้านบาร์เรล