อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มร่วงลงในสัปดาห์นี้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ปิดตลาดวันศุกร์ (2มี.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น 26เซนต์ ปิดตลาดที่ 61.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 45 เซนต์ ปิดตลาดที่ 64.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นายฟาตีห์ ไบรอล ผู้อำนวยการบริหารของสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ระบุว่า สหรัฐมีแนวโน้มที่จะแซงหน้ารัสเซียขึ้นเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลกในปีหน้า เนื่องจากการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ในสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้นสวนทางกับตลาดโลก
ปีที่แล้ว การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นเหนือระดับ 10 ล้านบาร์เรล/วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 โดยแซงหน้าผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างซาอุดิอาระเบีย
ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยในช่วงต้นเดือนนี้ว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 11 ล้านบาร์เรล/วัน ภายในปลายปีนี้
อีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว โดยสต็อกน้ำมันดิบทะยานขึ้น 3 ล้านบาร์เรล ขณะที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นเพียง 933,000 บาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล โดยสูงกว่าที่เอพีไอรายงานเช่นกัน


