วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สหรัฐเพิ่มผลิตฉุดราคาน้ำมันดิบปิดร่วง

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(8ก.พ.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวในช่วงแคบ ขณะที่ถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมี.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ร่วงลง 64 เซนต์ หรือ 1%  ปิดตลาดที่ราคา 61.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 72 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดตลาดที่ 64.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จะลดความน่าดึงดูดของสัญญาน้ำมัน โดยทำให้สัญญามีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น

ดอลลาร์ดีดตัวสู่กรอบบนของ 109 เยนในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ หลังจากที่ตลาดหุ้นยุโรปอ่อนตัวลงในวันนี้

สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับข้อมูลของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) ที่ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ อีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าพุ่งขึ้น 3 ล้านบาร์เรล ขณะที่เอพีไอ ระบุก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล

สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 459,000 บาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 3.9 ล้านบาร์เรล เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล

อีไอเอ ยังเปิดเผยว่า สหรัฐผลิตน้ำมันดิบ 10.25 ล้านบาร์เรล/วันในสัปดาห์ที่แล้ว และอีไอเอยัง คาดการณ์ว่า ผลผลิตน้ำมันของสหรัฐจะแตะระดับเฉลี่ย 10.59 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ และพุ่งแตะระดับ 11.18 ล้านบาร์เรล/วันในปีหน้า ซึ่งจะทำให้สหรัฐแซงหน้ารัสเซีย กลายเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลก