หลังทรุดกว่า 600 จุดเมื่อวันศุกร์
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (5ก.พ.)ตามเวลาท้องถิ่น ยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่องหลังจากทรุดตัวลงกว่า 600 จุดเมื่อวันศุกร์ จากความกังวลเกี่ยวกับการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่ง
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 1,175.21 จุดหรือ 4.6% ปิดที่ 24,345.75 จุดดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 113.19 จุดหรือ 4.10% ปิดที่ 2,648.94 จุดและดัชนีแนสแด็ก ร่วงลง 273.42 จุดหรือ 3.78 % ปิดที่ 6,967.53 จุด
หุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงนำตลาดวันนี้
ดัชนีความผันผวนซีบีโออี ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาด พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2559 ในวันนี้
ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง 665.75 จุด หรือ 2.54% เมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ขณะที่สัปดาห์ที่แล้ว ดาวโจนส์ดิ่งลง 4.1% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดเมื่อเทียบรายสัปดาห์ในรอบ 2 ปี โดยได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.ที่แข็งแกร่งเกินคาด
ขณะเดียวกัน การพุ่งขึ้นของตัวเลขค่าแรง หรือรายได้ต่อชั่วโมงของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งชี้เงินเฟ้อ ยังกระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ในปีนี้
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 3% แตะ 3.074% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว เมื่อวันศุกร์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ทะยานขึ้นแตะ 2.83% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี
อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐส่วนใหญ่ปรับตัวลงในวันนี้ หลังจากพุ่งขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว





