ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดวันศุกร์ (26ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลงเกือบ 1% จากคำสั่งขายทำกำไรของนักลงทุน หลังราคาทองพุ่งขึ้นอย่างมากก่อนหน้านี้ จากปัจจัยการอ่อนค่าของดอลลาร์
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเลกทรอนิกส์ ร่วงลง 0.81% ปิดที่ราคา 1,351.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง จะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น
ราคาทองดีดตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีครึ่งเมื่อวานนี้ ขานรับดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ตลาดการเงินมองว่า คำกล่าวของนายมนูชินบ่งชี้ว่า สหรัฐกำลังหันออกจากนโยบายค่าเงินที่ใช้กันมาในอดีต และเป็นการส่งสัญญาณว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังเตรียมทำสงครามการค้ากับจีน และประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ อันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย“อเมริกาต้องมาก่อน”ของเขา
อย่างไรก็ดี นายมนูชินกล่าวในเวลาต่อมาว่า “ผมคิดว่าความเห็นของผมเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์เมื่อวานนี้มีความชัดเจนอยู่แล้ว โดยมีความสมดุล และสอดคล้องกับสิ่งที่ผมได้กล่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งก็คือ เราไม่มีความกังวลต่อค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น ถึงแม้อาจมีผลกระทบทั้งทางบวกและลบ”
นายมนูชินยังกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ต้องการทำสงครามการค้า แต่จะปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ และสหรัฐต้องการให้มีการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ที่ระดับ 2.6% โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3% และต่ำกว่าระดับ 3.2% ในไตรมาส 3
การชะลอตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4 มีสาเหตุจากการลดลงของการลงทุนในสินค้าคงคลัง และการพุ่งขึ้นของตัวเลขการนำเข้าสินค้า


