สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(4ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ทะยานทะลุ 62 ดอลลาร์ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 38 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 62.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 23 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 68.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 7.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 5.7 ล้านบาร์เรล ส่วนสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) ระบุก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 5.0 ล้านบาร์เรล
สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 4.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล พุ่งขึ้น 8.9 ล้านบาร์เรล
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากปัจจัยความไม่สงบในอิหร่าน ความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐ อันเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)
พลตรีอับโดลราห์ฮิม โมซาวี ผู้บัญชาการกองทัพบกอิหร่าน กล่าวว่า ถึงแม้ขณะนี้กำลังพลจากทางตำรวจได้เข้ากวาดล้างกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล แต่ทางกองทัพก็พร้อมเข้าช่วยเหลือตำรวจในปฏิบัติการดังกล่าว หากมีความจำเป็น
ทั้งนี้ ชาวอิหร่านได้รวมตัวกันชุมนุมในเมืองมัชฮัดในวันพฤหัสบดีที่แล้ว เพื่อประท้วงรัฐบาลซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน แต่การชุมนุมได้ขยายวงกว้างไปอีกหลายเมืองทั่วประเทศ ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนต่อการทุจริตของเจ้าหน้าที่, เงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น และนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล
กลุ่มผู้ประท้วงระบุว่า รู้สึกเบื่อหน่ายต่อคำพูดต่อต้านฝ่ายตะวันตก และขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลของประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานีจะต้องลาออกไป
ผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนในวัยทำงาน รวมทั้งเป็นกลุ่มที่ได้รับการศึกษาจากชนชั้นกลาง ซึงเป็นกลุ่มที่เคยออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองในปี 2552


