วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เทขายหุ้นเทคโนฯ-การเงินฉุดดาวโจนส์ปิดลบ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดตลาดวันศุกร์ (29ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเทรดของปีนี้ ปรับตัวลง โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการเงินปรับตัวลดลง ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง

ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,719.22 จุด ลดลง 118.29 จุด หรือ 0.48% ดัชนีเอสแอนด์พี500 ปิดที่ 2,673.61 จุด ลดลง 13.93 จุด หรือ 0.52% และดัชนีแนสแด็ก ปิดที่ 6,903.39 จุด ลดลง 46.77 จุด หรือ -0.67%

ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.13% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.36% และดัชนีแนสแด็ก ร่วง 0.81% แต่ตลอดปี ทั้งสามดัชนีปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556 โดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น 25.1% พร้อมทำสถิติปิดทำนิวไฮเป็นครั้งที่ 71 ในปี 2560 ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พีปรับตัวขึ้น 19.4% และดัชนีแนสแด็กพุ่งขึ้น 28.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน

ในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างเงียบเหงา และไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจรายการสำคัญๆ โดยดัชนีดาวโจนส์ เปิดตลาดปรับตัวขึ้นและเคลื่อนไหวในแดนบวกเกือบตลอดทั้งวัน ก่อนที่จะมีแรงเทขายส่งเข้ามาในช่วงท้ายตลาด และถ่วงดัชนีปิดแดนลบ เนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ หลังมีรายงานข่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซีย  ส่งน้ำมันให้กับเกาหลีเหนือในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซีย

นอกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงินที่ปรับตัวลดลงแล้ว หุ้นกลุ่มสื่อสารและกลุ่มบริการด้านสุขภาพก็ลดลงเช่นกัน หลังมีแรงขายเข้ามาในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของการซื้อขาย จากรายงานข่าวดังกล่าว

หุ้นแอปเปิ้ลร่วง 1.08% หลังบริษัทออกแถลงการณ์ขอโทษกรณีที่ทำให้ไอโฟนรุ่นเก่าทำงานช้าลง ขณะที่หุ้นอเมซอนร่วง 1.4%  หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ลดลง 0.4% หลังบริษัทเผยว่ามีแผนที่จะเพิ่มเงินเดือนให้กับผู้บริหารระดับสูงจำนวนหนึ่งในปีหน้า โดยอ้างถึงกฎหมายปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อไม่นานมานี้