ส่วนสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าปลีกเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือนต.ค.ที่อยู่ในระดับทรงตัว และเพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (28ธ.ค.)ปรับตัวขึ้น เนื่องจากหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับกับข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้มีการเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่ปริมาณการซื้อขายคาดว่าจะเบาบางก่อนที่จะถึงเทศกาลปีใหม่
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 63.21 จุดหรือ 0.26% ปิดที่ 24,837.51 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 4.92 จุดหรือ 0.18% ปิดที่ 2,687.54 จุด และดัชนีแนสแด็ก บวก 10.82 จุดหรือ 0.16% ปิดที่ 6,950.16 จุด
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งประจำเดือนพ.ย.ปรับตัวขึ้น 0.7% จากเดือนต.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% หลังจากลดลง 0.4% ในเดือนก่อนหน้า และหากเทียบเป็นรายปี สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 3.8% จากเดือนพ.ย. 2559
ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ขณะที่การลดลงของสต็อกสินค้าคงคลัง บ่งชี้ถึงความไม่เชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่อยอดขายในอนาคต
ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกทรงตัวที่ระดับ 245,000 รายในสัปดาห์สิ้นสุดวันนี้ 23 ธ.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะลดลงมาอยู่ที่ราว 240,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว
ตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 147 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2513
ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 1,750 ราย สู่ระดับ 237,750 รายในสัปดาห์ที่แล้ว


