ขานรับความต้องการบริโภคน้ำมันมากขึ้นจากจีน
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันศุกร์ (8ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น 1.2% จากการที่จีนมีความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้น รวมทั้งจากแนวโน้มการผละงานประท้วงของแรงงานในไนจีเรีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของแอฟริกา แต่เมื่อพิจารณาทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้นของสหรัฐ ซึ่งจะบั่นทอนความพยายามของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิต
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 67 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดตลาดที่ 57.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 1.25 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดตลาดที่ราคา 63.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.01 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับ 2 โดยอุปสงค์น้ำมันที่พุ่งขึ้นของจีนจะหนุนให้จีนเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก แทนที่สหรัฐในปีนี้
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่ความต้องการใช้น้ำมันของจีนพุ่งขึ้นเกือบ 10% แต่การผลิตน้ำมันในสหรัฐที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยกดดันราคาในตลาด
เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2 แท่น สู่ระดับ 749 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. และสูงกว่าระดับ 477 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
การผลิตน้ำมันของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับ 9.71 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 2513 และใกล้กับระดับการผลิตของรัสเซีย และซาอุดิอาระเบีย


