สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันจันทร์ (4 ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลงกว่า 1% จากความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 88 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดตลาดที่ 57.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 1.30 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดตลาดที่ 62.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2 แท่น สู่ระดับ 749 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. และสูงกว่าระดับ 477 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
การผลิตน้ำมันของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับ 9.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2558 ซึ่งขณะนั้นสหรัฐผลิตน้ำมัน 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2558 โดยได้แรงหนุนจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปก มีมติขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันออกไปจนถึงปลายปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า
ขณะเดียวกัน โอเปกและกลุ่มนอกโอเปกอาจทำการทบทวนข้อตกลงขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนมิ.ย.ปีหน้า ถ้าหากตลาดน้ำมันอยู่ในภาวะร้อนแรงเกินไป อันเป็นผลจากการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิต
รัสเซียได้แสดงความกังวลว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน อาจส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐกลับมาเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาในตลาด


