วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผ่านร่างกม.ปฏิรูปภาษีสหรัฐหนุนดาวโจนส์ปิดบวก

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (4ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น ขานรับข่าววุฒิสภาสหรัฐให้การอนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีวงเงิน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 58.46  จุดหรือ 0.24% ปิดที่ 24,290.05 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500  ลบ 2.78 จุดหรือ 0.11 % ปิดที่ 2,639.44 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลง 72.22 จุดหรือ  1.05% ปิดที่ 6,775.37 จุด

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้นนำตลาด  ขณะที่หุ้นเจพีมอร์แกนเชสทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก

นายเจเรมีย์ ซิเกล ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านการเงินจากวอร์ตัน สคูล คาดการณ์ว่า ดัชนีดาวโจนส์จะสามารถพุ่งขึ้นแตะระดับ 25,000 จุดในไม่ช้า โดยได้รับแรงหนุนจากการที่วุฒิสภาสหรัฐให้การอนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี

ก่อนหน้านี้ นายซิเกลสามารถทำนายการปรับตัวของดัชนีดาวโจนส์ได้อย่างถูกต้องในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเขาเป็นผู้ทำนายตั้งแต่ปีที่แล้วว่า ดาวโจนส์จะสามารถแตะระดับ 20,000 จุด และเขาสามารถคาดการณ์อย่างถูกต้องเมื่อไม่นานมานี้ในการกล่าวว่าดาวโจนส์จะขึ้นแตะระดับ 24,000 จุด

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วุฒิสภาสหรัฐมีมติรับรองร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีด้วยคะแนนเสียง 51-49 โดยวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันทุกคนยกเว้นนายบ็อบ คอร์กเกอร์ ต่างลงคะแนนเสียงรับรองร่างกฎหมายฉบับนี้ ขณะที่วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตทุกคนลงคะแนนเสียงไม่รับรองร่างกฎหมายดังกล่าว

หลังจากนี้ สภาคองเกรสสหรัฐจะต้องรวมร่างกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรเป็นร่างเดียวกัน และให้การอนุมัติ ก่อนที่จะส่งต่อไปให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามเป็นกฎหมายต่อไป

ความแตกต่างสำคัญระหว่างร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในฉบับของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรคือ ร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรจะกำหนดให้การปรับลดภาษีมีผลบังคับใช้ทันทีในปีหน้า ในขณะที่ร่างของวุฒิสภาจะชะลอการปรับลดภาษีจนกว่าจะถึงปี 2562

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงจับตาปัจจัยการเมืองสหรัฐ หลังจากที่สื่อรายงานว่า นายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เตรียมให้การซัดทอดนายทรัมป์ว่า เป็นผู้สั่งการให้เขาทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัสเซียในช่วงที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้ว

นอกจากนี้ นายฟลินน์ยังยอมรับว่า เขาได้ให้การเท็จต่อสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เกี่ยวกับการสนทนาของเขากับนายเซอร์เกย์ คิซยัค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ

นักลงทุนยังรอการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบ่งชี้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า

ด้านซีวีเอส เฮลท์ ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ ประกาศซื้อกิจการบริษัทเอทนา อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทประกันสุขภาพ ในวงเงิน 6.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ด้วยเงินสดและหุ้น และหากรวมถึงมูลค่าหนี้สินของเอทนา ข้อตกลงซื้อกิจการดังกล่าวจะมีมูลค่าสูงถึง 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นซีวีเอสร่วงลง 3.4% ขณะที่หุ้นเอทนาพุ่งขึ้น 1.7%