ขณะนักลงทุนจับตาผลประกอบการท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของสหรัฐ
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (20พ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้นในช่วงแคบ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 72.09 จุดหรือ 0.31% ปิดที่ 23,430.33 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 บวก 3.29 จุดหรือ 0.13 % ปิดที่ 2,582.14 จุด และดัชนีแนสแด็ก บวก 7.92 จุดหรือ 0.12% ปิดที่ 6,790.71 จุด
หุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงนำตลาด ขณะที่หุ้นวอลมาร์ทร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก จากการที่โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดอันดับความน่าลงทุนของหุ้นวอลมาร์ท จาก buy สู่ neutral โดยได้แสดงความกังวลต่อมูลค่าหุ้นของบริษัท ขณะที่ตลาดได้รับรู้ปัจจัยผลประกอบการ และการลงทุนทางด้านธุรกิจของบริษัทแล้ว
บรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงกดดัน จากการที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการผลักดันร่างกฏหมายปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกันว่าจะสามารถผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภาได้หรือไม่ หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้มีมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตจะไม่สนับสนุนร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับดังกล่าว เนื่องจากวุฒิสมาชิกรีพับลิกันได้สร้างเงื่อนไขใหม่ที่เป็นอุปสรรคต่อการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ด้วยการพ่วงการยกเลิกเนื้อหาส่วนหนึ่งของกฎหมายโอบามาแคร์เข้ากับแผนการปฏิรูปภาษี
การสร้างเงื่อนไขใหม่ของวุฒิสมาชิกรีพับลิกันนั้น ส่งผลให้นายรอน จอห์นสัน สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันออกมายืนยืนว่า เขาจะไม่โหวตรับรองร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับของวุฒิสภา ซึ่งถือเป็นวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันคนแรกที่ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังระบุว่า การซื้อขายในตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากปัจจัยตามฤดูกาล ซึ่งได้แก่การเทขายทำกำไร การปรับพอร์ตโฟลิโอ และการปรับสมดุลโพสิชั่น





