สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันศุกร์ (17พย.)ตามเวลาท้องถิ่น ดีดตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบปิดตลาดร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการ อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันที่สูงขึ้นในสหรัฐ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนธ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ดีดตัวขึ้น 1.41 ดอลลาร์หรือ2.6 % ปิดที่ 56.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 1.23 ดอลลาร์ หรือ 2 % ปิดที่ราคา 62.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการก่อนหน้านี้ โดยปัจจัยส่วนใหญ่มาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่การผลิตน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.65 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.นี้ที่กรุงเวียนนา ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า หากสมาชิกโอเปกเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า ก็จะส่งผลให้ตลาดเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันราว 830,000 บาร์เรล/วันในปีหน้า เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะขาดแคลน 310,000 บาร์เรล/วัน
นายคาลิด อัล-ฟาลีห์ รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า กลุ่มโอเปกอาจขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ในการประชุมวันที่ 30 พ.ย.นี้
ทั้งนี้ นายคาลิดกล่าวแสดงความเห็นในการประชุมว่าด้วยการแก้ปัญหาโลกร้อนซึ่งจัดขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่เยอรมนี ว่า แม้กลุ่มโอเปกมีแนวโน้มที่จะไม่ปรับลดกำลังการผลิตลงอีก เมื่อข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตมีกำหนดสิ้นสุดลงในไตรมาสแรกของปีหน้า แต่ก็คาดว่ากลุ่มโอเปกจะขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกไป


