ดาวโจนส์ปิดบวกช่วงแคบ หลังเฟดเปิดเผยผลการประชุมนโยบายการเงิน
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดวันพุธ (20ก.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยผลการประชุมนโยบายการเงิน
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 41.79 จุดหรือ 0.19% ปิดที่ 22,412.59 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 บวก 1.59 จุดหรือ 0.06 % ปิดที่ 2,508.24 จุด ส่วนดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลง 5.28 จุด หรือ 0.08% ปิดที่ 6,456.04 จุด
ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 1.00-1.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ พร้อมกับส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้
นอกจากนี้ เฟดยังประกาศว่าจะเริ่มปรับลดงบดุลที่ประกอบด้วยพันธบัตรรัฐบาล, ตราสารหนี้ของหน่วยงานของรัฐ และหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน หรือเอ็มบีเอสในเดือนต.ค. จากปัจจุบันที่ระดับ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์
ภายใต้นโยบายปรับลดงบดุลของเฟด เฟดจะกำหนดวงเงินพันธบัตรรัฐบาล, ตราสารหนี้ของหน่วยงานของรัฐ และเอ็มบีเอส ที่เฟดจะปล่อยให้ครบกำหนดอายุโดยไม่มีการนำเม็ดเงินไปลงทุนใหม่ และจะเพิ่มเพดานตามเป้าหมายที่เฟดกำหนด โดยในเบื้องต้น เฟดจะจำกัดเพดานการลดวงเงินการถือครองตราสารเหล่านี้ที่ระดับ 1 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ก่อนที่จะขยายเพดานการลดการถือครองตราสารอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในทุกๆ ไตรมาส จนกระทั่งแตะระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือนในเดือนต.ค.2018
ขณะเดียวกัน กรรมการเฟดจำนวน 12 จาก 16 รายยังคงคาดการณ์ว่า เฟดจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นเป็นครั้งที่ 3 หลังจากปรับขึ้นในเดือนมี.ค. และมิ.ย.





