การปรับเพิ่มจีดีพีดังกล่าวได้ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการใช้จ่ายผู้บริโภคและการลงทุนในภาคเอกชนที่ขยายตัวแข็งแกร่งขึ้น
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ(30ส.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้นเนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เกาหลีเหนือเริ่มลดน้อยลง ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 27.06 จุดหรือ 0.12% ปิดที่ 21,892.43 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับขึ้น 11.29 จุดหรือ 0.46% ปิดที่ 2,457.59 จุด และดัชนีแนสแด็กบวก 66.42 จุดหรือ 1.05% ปิดที่ 6,368.31 จุด
ทั้งนี้ นักลงทุนเริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ไม่ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงในการตอบโต้เกาหลีเหนือที่ยิงขีปนาวุธพิสัยกลางรุ่น “ฮวาซอง-12” พุ่งข้ามเกาะญี่ปุ่นก่อนไปตกในน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อช่วงเช้าของวันอังคารที่ผ่านมา
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2/2560 ระบุว่า เศรษฐกิจขยายตัว 3.0% สูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 2.6% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.7% ซึ่งตัวเลขจีดีพี ที่ได้รับการปรับทบทวนล่าสุดนี้ ถือเป็นอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปี โดยขยายตัวนี้เร็วขึ้นจากอัตรา 1.2% ในไตรมาสแรก
การปรับเพิ่มจีดีพีดังกล่าวได้ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการใช้จ่ายผู้บริโภคและการลงทุนในภาคเอกชนที่ขยายตัวแข็งแกร่งขึ้น
รายงานจากกระทรวงพาณิชย์เผยให้เห็นว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนขนาดใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจสหรัฐ ขยายตัว 3.3% มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว โดยถูกปรับทบทวนขึ้นจากระดับ 2.8% ในรายงานเบื้องต้น
ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรซึ่งไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นมาตรวัดการใช้จ่ายภาคธุรกิจ ขยายตัว 6.9% โดยปรับทบทวนขึ้นจาก 5.2% ในรายงานเบื้องต้น





