ราคาน้ำมันร่วงหนักสุดรอบ 3 สัปดาห์ เหตุลิเบีย-ไนจีเรีย มีการผลิตเพิ่มขึ้น ทำยอดผลิตน้ำมันรายเดือนของโอเปคเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท กำหนดส่งมอบเดือน ก.ค. ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ เมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) ร่วงลง1.34,ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดซื้อขายที่ 48.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. เป็นต้นมา
ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ กำหนดส่งมอบเดือนเดียวกัน ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ดิ่งลงถึง 3% หรือ1.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 50.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.
นักลงทุนพากันเทขายหลังมีรายงานว่า ผลผลิตน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) เพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค. เป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบปีนี้ เพราะการจัดหาที่เพิ่มมากขึ้นจากลิเบีย และไนจีเรีย 2 ชาติสมาชิกโอเปค ที่ได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงลดการผลิต
อย่างไรก็ดี ขาลงของตลาดยังถูกจำกัดจากข้อมูลของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (เอพีไอ) ที่แสดงให้เห็นว่า ในช่วง 1 สัปดาห์ นับถึงวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำมันดิบสำรอง ร่วงลง 8.7 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 513.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล

