ราคาน้ำมันดิบโลกดิ่งกว่า2%ถูกกดดันจากปริมาณสต็อกน้ำมันระดับสูง
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐปิดตลาดวันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลงกว่า 2% เพราะถูกกดดันจากปริมาณสต็อกน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ถึงแม้มีการคาดการณ์ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะขยายเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตถึงสิ้นปีนี้ก็ตาม
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 1.18 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ราคา 47.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 มีค. ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ราคา 50.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นระดับต่ำสุด นับตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.
ทั้งนี้ บริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบีย เปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 760,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2557 ส่วนการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐขณะนี้ กำลังแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2558
นอกจากนี้ ยังคาดการณ์กันว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ จะปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกันจากระดับสูงสุดที่ทำไว้ในช่วงสิ้นเดือนมี.ค. แต่สต็อกน้ำมัน มีแนวโน้มอยู่สูงกว่าระดับปลายปีที่แล้วราว 10%
นายไบรอัน กิลวารี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทบริติช ปิโตรเลียม (บีพี) ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า หากกลุ่มโอเปกขยายเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันจนถึงสิ้นปีนี้ ก็จะส่งผลให้สต็อกน้ำมันดิบทั่วโลกลดลงสู่ระดับเฉลี่ยในรอบ 5 ปีภายในสิ้นปีนี้ และจะเป็นแรงหนุนต่อราคาน้ำมันที่ระดับ 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล





